แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)

January 25, 2012 | By | 112 Replies More

PNGcover thumb แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)ผมห่างหายไปนานเพราะมัวแต่แปลหนังสืออยู่ วันนี้กลับมาเลยไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่เอาหนังสือมาแจกและให้อ่านกันด้วยครับ!

ถอดรหัสเซียนหุ้น : กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์

ผมแปลหนังสือเล่มนี้จากต้นฉบับของหนังสือ How to trade in stocks เขียนโดยโคตรเซียนหุ้น Jesse Livermore ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี 1940 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตโดยการยิงตัวตายเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เนื้อหาคร่าวๆของหนังสือจะเป็นคำสอนของลิเวอร์มอร์หลังจากที่เขาได้ผ่านชีวิตในการเก็งกำไรมาอย่างโชกโชนทั้งร่ำรวยและหมดตัวอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเขาได้เล่าถึงวิธีการในการเก็งกำไร, ความสำเร็จและข้อผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาอย่างมีสีสันและกระชับได้ใจความ

นอกจากนี้แล้วสิ่งที่พิเศษอีกอย่างสำหรับหนังสือเล่มนี้ก็คือ ผมได้เพิ่มภาคผนวกในส่วนของการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับทฤษฏีหุ้นนำตลาด (ในตลาดหุ้นไทย) ของลิเวอร์มอร์เอาไว้ด้วย ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเล่นหุ้นทุกๆคน เนื่องจากมันยังคงเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพและน่าสนใจเอามากๆเลยทีเดียว

กติกาการร่วมสนุกชิงหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น

แบ่งเป็น 2 ส่วนนะครับ

1. สำหรับใน Blog แมงเม่าคลับนี้ผมจะแจกหนังสือทั้งหมด 10 เล่ม โดยขอให้อ่านบทแรกซึ่งผมนำมาตัดลงเอาไว้ให้จบ (บทความท้าทายแห่งการเก็งกำไร) แล้วเขียนถึงจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้หรือแง่คิดที่ได้รับจากบทนี้เอาไว้ (ไม่ต้องยาวก็ได้ขอให้มีสาระสำคัญก็พอ) หลังจากนั้นอาทิตย์หน้าผมจะเลือกเอา Comment ที่คิดว่าดีที่สุด 5 comment ออกมาและทำการสุ่มอีก 5 comment ที่เหลือจนครบ 10 เล่มครับ!

2. สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่มี Blog ส่วนตัวแล้วอยากได้หนังสือผมแจกทั้งหมด 10 เล่มเช่นกัน โดยให้เขียน Review แบบตั้งใจถึงแง่คิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ Post ลง Blog พร้อมอ้างอิงมาที่ www.mangmaoclub.com/books แล้วเข้ามาแปะ Link ไว้ในกล่อง Comment ของกระทู้นี้ (หากเกินลิงค์ลำดับที่ 10 ก็หมดโควต้านะครับ) เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

ตัวอย่างเนื้อหาในบทที่ 1 : ความท้าทายแห่งการเก็งกำไร

*** สำหรับคนที่อ่านใน Computer แล้วสระหรือวรรณยุกต์หายแนะนำให้ Download ไปอ่านจะช่วยให้ตัวหนังสือเป็นปกติแถมยังอ่านสบายตากว่าด้วยครับ

รออ่าน Comment ดีๆจากทุกคนอยู่นะครับ wlEmoticon openmouthedsmile แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)

(Updated) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับหนังสือ

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนผมชอบทุกคอมเมนท์และดีใจที่ทุกคนเข้ามาตอบกันนะครับ ผมอยากบอกว่าตัดสินใจยากสุดๆจริงๆครับ ดังนั้นผมจึงไม่ได้ตัดสินด้วยตัวเอง ฮาาา แต่เรียกเพื่อนๆมาช่วยโหวตให้ และต่อไปนี้ก็คือ 5 Comment ที่ได้รับการโหวตจากผมและเพื่อนๆว่าถูกใจที่สุดครับ

1. คุณ Anonymous Proxy

2. คุณ …

3. คุณ Mprady

4. คุณ แสนยานุภาพ

5. คุณ Alongkot

5 Comment ของผู้ที่ได้รับการสุ่มเลือกรับหนังสือจากโปรแกรม Number Generator ครับ

1. คุณ golfung

2. คุณ Boy

3. คุณ Juhan

4. คุณ Peerasak_off

5. คุณ Tsunami2p

ขอให้ผู้ที่โชคดีได้รับหนังสือติดต่อกลับมาแจ้งที่อยู่และเบอร์ติดต่อด้วย e-mail ที่ใช้แสดงความคิดเห็นไปยัง mangmaobooks@gmail.com ด้วยนะครับ

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

Tags: , ,

Category: จิปาถะ

About the Author ()

ถ้าเห็นว่าบทความไหนมีประโยชน์ เพื่อนๆสามารถที่จะนำบทความไปแปะเพื่อแบ่งปันได้โดยไม่มีปัญหา แต่ยังไงขอแรงช่วยลิงค์อ้างอิงกลับมาที่แมงเม่าคลับกันหน่อยนะครับ :D ------------------------------------------------------------------------------------------------------ สำหรับการแปะลิงค์ใน Pantip.com ช่วยใส่ Link ให้เป็น http://www.mangmaoclub.com เพื่อให้แปะลงไปได้โดยไม่ Error ขอบคุณครับ :)
  • No1conom

    มีวินัยในแผนของตัวเอง Cut loss and Let profit Run เป็นสิ่งที่จริงเสมอ

    ผมลองอ่านบทที่ผ่านมา ในหนังสือพูดถึงการมีวินัยในตัวเอง

    ถ้ารู้ว่าตัวเองมาผิดทางแล้วให้ cut loss ออกไปทันที แล้วออกมาดูกลยุทธใหม่

    อย่าพยามยามเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวราคามันก็กลับมา คุณหลอกสัญชาติญาณตัวเองอยู่เสมอ

    และการเฉลี่ยต้นทุนขาลง เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายชัด ๆ ถ้าอยู่ในการเก็งกำไร

    หนังสือเล่มนี้ สอนให้ตั้งสติในการ trade แต่ละครั้งมากกว่าใช้อารมณ์นำพาไป และซื่อตรงต่อวินัยตัวเอง

    ผมว่าเล่มนี้อ่านง่ายดีนะครับ แต่หน่วยของราคาหุ้น กับ ราคาการลงทุนยุคนั้นกับ ยุคนี้ มูลค่ามันต่างกันเยอะ

    เลยทำให้ดูไม่อินกับการอ่านซักเท่าไหร่

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @d94ed0212982abfc393df78268a42607:disqus ราคาหุ้นยุคนั้นแพงมากๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบัคเก็ทช็อปจึงรุ่งเรื่อง
      เรื่องหน่วยของราคาหุ้นผมยังเคยคิดว่าตรูแปลงให้เป็นเงินบาทเลยดีมั้ย 555

  • Yingyos

    สวัสดีครับ คุณมด หายไปนานเลย กลับมาพร้อมของดีๆ เลย
    บทแรกแทบจะสรุป แนวคิดหลักของ J.L. ไว้หมดแล้ว ซึ่งสมาชิกที่ติดตาม mangmaoclub มาตลอดน่าจะมีหลักคิดแบบนี้กันหมดอยู่แล้ว โดยส่วนตัวพอผมนำหลักการพวกนี้มาใช้ทำให้ผลตอบแทนดีขึ้นมาก

    1. เรามีโอกาสชนะเดิมพันได้ แต่ไม่บ่อย – เป็นความจริงครับ เพราะงั้นครั้งที่เราชนะ เราต้องได้ให้เยอะที่สุด พอไปหักลบกับ ส่วนที่แพ้เราจะยังกำไรอยู่

    2. ต้องกล้าซื้อแพง ไปขายแพงกว่า – สำคัญมาก เพราะ Super stock มักจะทะลุ new high ครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าเราขาย short แต่ไม่กล้าซื้อกลับถ้าราคามันไม่ลง เราอาจจะพลาดหุ้นดีๆในรอบปี ไปเลยก็ได้

    3. Let profit run – ข้อนี้ก็สัมพันธ์กับข้อ 1 .. แต่ถ้าเผลอขาย ต้องกล้าซื้อคืนตามข้อ 2

    4. Limit loss – ถ้าไม่เป็นไปตามที่คิด จงขาย ขาย ขาย .. อย่าเสียดาย เพราะเราต้องเอาเงินไปหา Super stock ตัวอื่นต่อแล้วทำกำไรจากมัน อย่าเอาเงินไปจม ไปซื้อถัวกับหุ้นที่กำลังลงอยู่

    5. No Holy Grial – ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีสุดยอดหุ้น .. มีแค่ ขึ้น-ลง หัว-ก้อย .. 50/50 แค่นั้นเอง แต่เราจะบริหารมันอย่างไรให้ได้ออกมาเป็นกำไร

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @ae41d670bbec451c93c8daf2af6fe86f:disqus ขอบคุณคุณ Yingyos เหมือนกัน ติดตามกันไม่เคยขาดหาย :D

  • shaba

    สุดยอดดดดดดดดด  จริงๆครับทั้ง livermore และผู้แปล
    เห็นหายไปนาน นึกว่ามัวนับเงินเพลิน ^^
    วางแผงเมื่อไหร่ครับ ทุบกระปุกรอไว้แล้ว

    ปล.ที่หนังสือเล่มนี้ยังไม่แพร่หลายนักในบ้านเรา เดาว่าเปนเพราะอคติของ
    คำว่า “นักลงทุน” กับ “นักเก็งกำไร” มั้งครับ ลองlead หน้าปกเปน
    “livermore สุดยอดนักลงทุนvi แห่งยุค 70′s”
    คงติด top chart best seller แหง๋ๆ^^

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c6a681149125629cc59f9af04b2c105b:disqus ผมว่ามีส่วนเลยครับ สมัยนี้อยาก play safe บอกว่านักลงทุนหรือเป็นการลงทุนไว้ก่อนตลาดจะรับง่ายขึ้น ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะยุคนี้เป็นยุคคุณปู่ Buffet Era จริงๆครับ :D แต่ถ้ายุคนั้นคนอื่นคงต้องหลีกไป ทีใครทีมันครับ :P

  • Anonymous Proxy

    Livermore…

    ให้แนวคิด หรือ ให้ทัศนคติว่า

    Trading คือ ธุรกิจ  ดังนั้น มันต้องอาศัยความพยายาม ในการเรียนรู้
    เพื่อที่จะเอาตัวรอด และได้กำไร ซึ่งจะไม่ต่างจากเวลาที่เรามองการทำธุรกิจอื่นๆ
    และแน่นอนว่า  มันจะต่างจากการพนัน โดยสิ้นเชิง

    โดยแต่ละคน สามารถที่จะเรียนรู้
    แล้วหารูปแบบ หรือ เงื่อนไข ที่เป็นเครื่องมือเฉพาะของแต่ละคน
    เพราะ สิ่งที่ดีสำหรับคนหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ สำหรับอีกคน

    และเน้นย้ำว่า ตลาด นั้นถูกเสมอ
    ถ้าเราฝืนตลาด เมื่อไหร่  หายนะจะมาเยือน
    ไม่ว่าจะเก็งกำไรใน ขาขึ้น หรือ ขาลง

    นอกนั้น ก็เป็นสิ่งที่ Trend Followers รุ่นหลัง
    ได้เรียนรู้จากเขา แล้วก็ถ่ายทอดกันต่อๆมา จนตกผลึก
    ไม่ว่าจะ เป็นเรื่อง Cut loss , Let Profit Run , Discipline ฯลฯ

    ดังนั้น หนังสือเล่มนี้ แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว 70 ปี
    แต่ในแง่ของทัศนคติ และ จิตวทยา ในการ Trading
    ที่เขาจะถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง ในรายละเอียด 

    ย่อมเป็นสิ่งที่ Trader ทุกคน ควรจะได้ศึกษา
    เพือที่จะซึมซับ ทุกหยาดหยดของประสบการณ์
    ที่ Livermore กลั่นออกมา จวบจนช่วงใกล้วาระสุดท้าย ของชีวิต

    ในความเห็นส่วนตัว 

     คนที่เป็น Trader ต้องมีทัศนคติทีดีต่ออาชีพนี้ หรือลงทุนในสไตล์นี้ก่อน
    เพราะ ถ้าไม่ผ่านด่านแรก โดยพะวงกับสายตาหรือมุมมองของคนรอบข้าง
    หรือ นักลงทุนในแนวอื่น ก็ถือได้ว่า ตายตั้งแต่ ยังไม่ได้เกิด

    เมื่อมีทัศนคติที่ดี ต่อการเป็น Trader แล้ว
    ที่เหลือ ก็เป็นเรื่องการหาเครื่องมือ และ วิธีการที่เหมาะสมกับตนเอง

    ซึ่งมีด่านสำคัญ คือ การผ่านพ้นสภาวการณ์ความสับสนทางจิตวิทยา

    โดยสามารถ หลอมรวม
    เครื่องมือ และ จิตใจ ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว 

    กลายเป็น   ความเด็ดเดี่ยว ที่เรียบง่าย
    นั่นเอง

                     

    • Unsign

      คุณ Anonymous Proxy สรุปตอนท้ายได้น่าสนใจมากทีเดียวครับ :)

      อืม.. ไม่แน่ใจว่าคุณ Anonymous Proxy เป็นผู้เขียนตัวละครที่ชื่อเล้งหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ขออภัยนะครับ :)

      • http://mangmaoclub.com Mod

        พี่จอนนี่รู้จักคนเยอัจริงๆ อิอิ

      • Anonymous Proxy

        : )

  • Veerayut Sarak

    ณ ป่าประดู่ลาย กรุงโกสัมพี
    พระพุทธเจ้าหยิบใบไม้ขึ้นมา 1 กำมือ แล้วตรัส ถาม ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ใบไม้ที่อยู่ในกำมือเรานี้ กับ ใบไม้ ทั้งหมดในป่าประดู่ลายนี้ อย่างไหนมีมากกว่ากัน”  “ในป่ามีมากกว่าพระเจ้าข้า”  ภิกษุทั้งหลายตอบ   พระพุทธเจ้าก็เลย ตรัสว่า ” ธรรมที่เราตรัสรู้ได้ ก็อุปมาดุจใบไม้ทั้งหมดในป่า แต่ธรรมะที่เรานำมาพูดและสอนพวกเธอนั้นมีเท่ากับใบไม้ในกำมือ ส่วนเรื่องอื่นที่ เราไม่สอน ไม่พยากรณ์ นั้นเป็นเพราะ เรื่องเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อความถึงพร้อมในพระนิพพาน

    ผมมองว่าหัวใจหลักสำคัญของแนวทาง technical กล่าวโดยย่อคือ “Cut loss and Let profit Run” ครับ

  • Mprandy

    เอาคอมเม้นท์จากเล่มภาษาปะกิตได้ไหมฮะ :D

    • http://mangmaoclub.com Mod

      ตามสบายเลยครับพี่หมอ :D

      • http://twitter.com/mprandy mprandy

        เด๋วจะเม้นท์ให้อึ้งไปเลยทีเดียวเชียว 555555
        (อึ้งแบบห่วยแตก อย่ามาว่ากันเด้อ) :D

        • http://mangmaoclub.com Mod

          รออ่านครับพี่หมอ :D ขึ้น comment ใหม่เลยก็ได้ครับเดี๋ยวกล่องมันแคบไป อิอิ

  • Hongvalue

    กรี๊ดดดดดดดด อิชั้นอยากได้

    • http://mangmaoclub.com Mod

      แหมมมม ตัวเองก็เป็น blogger ช่วยอิชั้นรีวิวหน่อยก็ดีนะยะ 555

      มาเอาไปรีวิวซะดีๆ 1 เล่ม อิอิ

  • http://mangmaoclub.com Mod

    พี่จอนนี่รู้จักคนเยอะจริงๆ อิอิ

  • Thep_nop

    ถ้าหากว่าตลาดหุ้นอเมริกาก้าวล้ำหน้ากว่าตลาดหุ้นไทยถึงกว่าครึ่งศตวรรษจริงๆ 

    หนังสือเล่มนี้ก็คงเหมาะกับสถานการณ์ในตลาดหุ้นไทยปัจจุบันมากๆ

    ปัญหาก็อยู่ที่ว่า คนอ่านจะดึงสาระออกไปใช้ประโยชน์กับตัวเองได้มากแค่ไหนเท่านั้น

  • Bermudab55

    ขอเริ่มด้วยสุภาษิต  “สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” มนุษย์ควรเรียนรู้ตลอดเวลา แต่ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ การควบคุมอารมณ์  มีสติ  แม้ในช่วงการเทรดที่ไม่แน่นอน การเจ็บตัวก็ยังอยู่ในระดับรับได้

    ป.ล. เขียนความเห็นโดยอิงกับอัตชีวประวัติ 

  • Jaisai

    อ่านแล้วสะท้อนตัวเองชัดเจนจริงๆ  
    ไม่ว่ายุคใดสมัยใด นักเก็งกำไรหรือผู้ที่ลงทุนก็มีพฤติกรรมเหมือนกันเกิดความไม่มั่นใจในตนเองเมื่อคาดเดาทิศทางตลาดผิดพลาด แล้วกลายเป็นไล่ตามตลาด แทนที่จะยึดมั่นแนวทางที่วางไว้แต่แรก เป็นเพราะว่าเกิดความกลัวขึ้นมานั่นเองเทรดเดอร์ที่ดีต้องพยายามก้าวข้ามความกลัวนี้ไปให้ได้Livermore  ได้ให้แง่คิดว่า ถ้าจะสำเร็จต้องทำให้เหมือนทำธุรกิจจดจ่อ ครุ่นคิด จินตนาการ และรอคอย รวมทั้งเฝ้าสังเกตถึงภาวะตลาดจนได้เวลาที่เหมาะสมในขณะนั้นต้องขอบคุณคุณMod ที่แปล ให้อ่านเข้าใจง่ายๆ

  • Piyawut golf

    จาก ผม Piyawut นะครับ

    แง่คิดของ (บทความท้าทายแห่งการเก็งกำไร) นี้คือ การลงทุนในตลาดเราต้องอาศัยประสบการณ์ การวิเคราะห์ที่ต้องใช้เวลาในการสั่งสมมานาน และที่สำคัญ คือสภาวะจิตใจของเรานั่นเองซึ่งสำคัญมากกว่าเงินทุนอีก ต้องหมั่นศึกษา เปิดทัศนวิสัยที่กว้างไกล เปิดใจรวมถึงรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และนำมาวิเคราะห์ ดัดแปลงปฏิบัติตามความคิดของเราที่ได้มีการทดสอบแล้ว โดยต้องใช้ความรอบคอบในการดูแลรักษาเงิน ก็คือการจัดการเงินลงทุนด้วยนั่นเอง รวมถึงการกล้าที่จะตัดสินใจในการตัดขาดทุนโดยใช้หลักการสถิติที่เราได้ทำไว้ เพื่อสร้างวินัยในการลงทุน รวมถึงสร้างจิตใจในการทำกำไรในครั้งต่อไปครับ

    ขอบคุณมากครับ นี่คือทัศนะวิสัยส่วนตัวเลย ซึ่งได้แง่คิดจากตัวเอง และผู้อื่นด้วยนะครับ (อยากได้หนังสือนะครับ ขอนะนะ ขอบคุณครับ)

    piyawut.la@hotmail.com

  • jinny

    แง่คิดในมุมของดิฉันค่ะ

    คนที่เข้าตลาดหุ้น ส่วนมากเข้ามาเพื่อสีสรร เป็นภาพลักษณ์ และจับเสือมือเปล่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เคารพว่ามันคืออาชีพ ที่ต้องมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับอาชีพนี้จนประสบความสำเร็จ

  • Puppuparmy

    ความสำเร็จ ที่จะเป็นความยั่งยืนจะต้องมาจากการหาความรู้ และติดตามฝึกฝนหาความรู้ใหม่ๆที่มีเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยการทำตัวเป็นถังเก็บตุน ความรู้ที่ไม่มีวันเต็ม พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ที่มีเข้ามาได้อย่างไม่จำกัด และหาวิธีใช้ความรู้ที่ได้ไปสู่การใช้ประโยชน์ ได้จริงไม่ใช่มีไว้เพียงประดับ และเมื่อใดที่หยุดหรือพักในการศึกษาหาความรู้ หรือหยิ่งทะนงคิดว่ารู้มากพอแล้ว เมื่อนั้น เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเป็นเหตุให้เราถูกดูดเข้าไปติดอยู่ในวังวนปัญหาเดิมที่ไม่จบสิ้น และทางออกจากวังวนนนี้คือการทุ่มเทหาความรู้ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดและนำมาให้งานให้ได้อย่างรู้จริง เมื่อนั้นจะอยู่รอดและเป็นผู้ชนะได้ในที่สุด
    ขอหนังสือด้วยคนครับ อยากได้มาก ขอบคุณล่วงหน้าครับ ^^

  • Rittichai999

    สำหรับผมแง่คิดจากการอ่านที่สำคัญ  คือ
    1.Let Profit Run
    2.Limit Loss

    มันอาจจะเหมือนๆกับ หนังสือการลงทุนหลายๆ เล่มที่เคยมีมา แต่ผมเชื่อว่่ามันก็อาจจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุดครับ และผมเชื่อว่าปัญหาที่ทำให้ คนไม่กล้า Let Profit Run และ Cut Loss ในหนังสือนี้ ก็ค่อนข้างบอกได้ชัดเจนครับ โดยผมจะขอยกตัวอย่างของผมนะครับ ในกรณีนี้
     มีหุ้นตัวหนึ่ง สมมติผมเข้าซื้อที่ 2.00 บาท ในช่วงแรกก็ยังนิ่งๆ ไม่ไปไหน จนกระทั่งมาวันนึง มันได้ิวิ่งไปอย่างรวดเร็วที่ 2.20 บาท และมันก็พักฐานแถวนั้นพักนึง ต่อมา ราคาก็ค่อยๆไหลลงมาเรื่อยๆ ในเบื้องต้นทีแรกเราจะคิดว่าถูกทางครับ ในเมื่อมันย่อลงมาที่ระดับ 2.10 เราเข้าไปซื้อเพิ่ม ต่อมาอาจจะอยู่แถวนั้นพักนึง และต่อมามันก็ไหลลง และลงหลุมไปเลยคับ 555 เลยทำให้ต้อง Cut Loss ซึ่งผมคิดว่าหลายๆคน คงเคยเจอแบบนี้ แต่สำหรับผม ก็อาจจะรุ้สึกเสียดายบ้าง แต่ผมเชื่ออย่างนึงคับว่า มันต้องมีสักครั้ง ที่ผมจะถูกแบบ Jack Pot มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่การเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต ผมเชื่อว่า มันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้กับ พอต ได้แน่นอนครับ อันนี้ผมสังเกตจากชีวิตจริงและ เวลาอ่านหนังสือหรือบทความลงทุนของคนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน ก็มักจะเจอโฮมรันแบบนี้แหละคับ

  • Milligram9

    ไม่ทราบว่าจะมีวางบนแผงหนังสือให้ได้ติดตามต่อไหมครับ แค่อ่านบทแรกก็เรียกน้ำย่อยได้เหลือเกินแล้วครับ
    ชอบประโยคสั้นๆที่ว่า “นักเก็งกาไรนั้นต้องเป็นดั่งนายหน้าประกันภัยให้กับตัวของเขาเอง” ผมคิดว่าเป็นหนึ่งใน
    หัวใจหลักของการเก็งกำไรเลยครับ.

    ปล.ทราบมาว่างานประชุมใหญ่ของชมรมchaloke.comปีนี้มีคุณมดเป็นวิทยากรด้วย เสียดายมากที่ไม่มีโอกาสได้ไป ยังไงก็กลับมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ ขอบคุณครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @10af235417dfeaa9dd7cb43e1a49f2fc:disqus เดี๋ยวจะทำไว้จำนวนหนึ่งในเวบครับผม แต่ไม่เยอะมากไม่กี่ร้อยเล่มขอดูกระแสก่อนนะครับ ส่วนเรื่องงาน Chaloke ผมได้รับเกียรติชวนไปเป็นแขกรับเชิญเฉยๆครับไม่ใช่วิทยากร แต่เดี๋ยวกลับมาจะหาอะไรมาเล่าให้ฟังนะครับ :D ขอบคุณครับ

      • Milligram9

        ขอจองด้วยคนนะครับ บ้านเราแทบไม่มีตำราในแนวทางนี้ให้ศึกษาเลยทั้งที่ดูแล้วก็มีคนสนใจเยอะ บนแผงก็เต็มไปด้วยคุณปู่Buffett ขอบคุณคุณมดที่เพิ่มพื้นที่ เพิ่มความหลากหลายทางความคิดนะครับ

  • shaba

    แฟนคลับ Liver”mod” หนาแน่นมาก!!!
    ท่าทาง demand จะมากกว่า supply หลายช่วงตึก
    ยังงัยถ้าสุ่มได้ชื่อผม ผมขอสละสิทธิ์ละกันครับ shareให้เพื่อนๆคนอื่น

    ปล รูปเล่มเลือกใช้โทนสีขาว ทำได้ใจครับ 

  • St0893

    จอง2เล่มครับ

  • anon

    วัฏจักร”นักเล่นหุ้น”ที่ไม่ประสบความสำเร็จ http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=2867&page=1

  • Aric9043

    วางขายเมื่อไหร่กระซิบดังๆ เลยครับพี่
    เล่มนี้ในตำนานนักเก็งกำไร จะซื้อแจกญาติๆ

  • Ngasine_1908

    แปลเสร็จแล้วจะวางขายที่ไหนบอกเลยครับ จะซื้อครับผม

  • Mr_oor

    ขอเป็น รอซื้อหนังสือ เล่มจริงละกันครับ
    เป็นการสนับสนุนและให้กำลังใจคุณ mod ด้วย
    หลังจากที่มีข้อความดีๆ มาให้อ่านในเวป อยู่อย่างสม่ำเสมอ
    ….
    ถ้าจะรวบรวมบทความในเวป พิมพ์เป็นหนังสือรวมเล่ม  อีกซะเล่มก็น่าจะดีนะครับ
    แล้วก็จะตามสนับสนุนต่อ ..อิอิอิ

  • Vittawac

    สำหรับผม แค่ 1 บทที่ได้อ่านแล้ว สิ่งที่ได้ทันทีไม่ใช่หลักการ แต่เป็นภาพที่ตัวเองดูหุ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา บรรยายถึงความรู้สึกที่เกิดทุกๆขณะของการเล่นหุ้น และการตัดสินใจพร้อมสรุปบทเรียนที่เกิดขึ้น อย่างตรงจุดเหมือนผมได้ย้อนดูอดีตตัวเองในระหว่างที่อ่านเลยครับ ^_^ มีประโยชน์มากสำหรับทุกคนที่ทั้งลงทุนและเก็งกำไรอยู่ในตลาดทุนสำหรับในส่วนหลัง จะเป็นการบอกถึงคนที่ประสบความสำเร็จต้องมีหลักการ ทำตามหลักการที่มี พร้อมสร้างวิธีการจากการเรียนรู้อดีตที่ผ่านมาของตัวเองครับ

  • Gopqog

    แปลได้ดีมากครับ เห็นได้ถึงประสบการณ์ในการตีความของผู้แปลว่าน่าจะผ่านความโชกโชนมาไม่น้อย สำหรับlivermore ถือว่าเป็นต้นแบบของการสร้างระบบการเก็งกำไร เขาได้บอกใจความหลักของการเก็งกำไร คือการlet profit(กำไร)>cutloss(ขาดทุุน) ซึ่งผู้ที่เข้าใจมันพัฒนาตัวเองให้เข้าใจในระบบแก่นแท้ในสิ่งเหล่านี้ ก็ล้วนกลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จได้ทุกคนแต่วิธีมีความหลากหลายตามผู้ที่สร้างระบบหรืองกฎของมัน และประสบการณ์ ไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิดแต่สำคัญที่สุดคือ คุณมีกำไรมากกว่าขาดทุนและคุณรู้ว่าทำไมคุณถึงกำไรและขาดทุนจากมัน ซึ่งก็หมายความว่าคุณเริ่มเข้าใจกฎของมันมากขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้นเอง ขอบคุณครับ

  • http://profiles.google.com/bun072 Bun man

    ประเด็นจากถอดรหัสเซียนหุ้น : กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์
    1. การควบคุมความเพ้อฝันและความหวาดกลัว
    2. ฝึกการวิเคราะห์ตัวเลขด้วยตนเอง อย่าพึ่งคนอื่น
    3. บางครั้งวิเคราะห์แล้วใช่ แต่ไม่เป็นตามที่วิเคราะห์ อาจจะเพราะว่ายังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม
    4. ศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหรือกลุ่มของหุ้นในแต่ละอุตสาหกรรม ให้เข้าใจและคุ้นเคย
    5. การเก็งกำไร ไม่ใช่การลงทุน

  • http://profiles.google.com/bun072 Bun man

    ประเด็นจากถอดรหัสเซียนหุ้น : กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์
    1. การควบคุมความเพ้อฝันและความหวาดกลัว
    2. ฝึกการวิเคราะห์ตัวเลขด้วยตนเอง อย่าพึ่งคนอื่น
    3. บางครั้งวิเคราะห์แล้วใช่ แต่ไม่เป็นตามที่วิเคราะห์ อาจจะเพราะว่ายังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม
    4. ศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหรือกลุ่มของหุ้นในแต่ละอุตสาหกรรม ให้เข้าใจและคุ้นเคย
    5. การเก็งกำไร ไม่ใช่การลงทุน

  • Fonsirada

    สรุปว่าอ่านหนังสือให้แตกฉาน เหมือนฝึกหัดขับรถต้องแม่นยำกฏจราจร(ศึกษาเกี่ยวกับหุ้นที่สนใจให้แตกฉาน)  เวลาขับขี่ดูทิศทางให้ชัดเจนถึงทางแยกต้องดูซ้ายดูขวาให้แน่ใจว่าปลอดภัย(จังหวะการเข้าซื้อหุ้น) ค่อยๆออกรถแบบนุ่มนวลไม่เร่งเครื่องกระโชกโฮกฮาก(ลองแหย่ๆดูก่อน ถ้าแน่ใจค่อยตาม) เมื่อรู้ตัวว่ามาผิดทางก็จอด แล้วหาทางเริ่มต้นใหม่ แล้วจำไว้ด้วยว่าอะไรเป็นสาเหตุให้หลงทาง จะได้ไม่ทำซ้ำอีก  เมื่อเดินมาถูกทางแล้วก็ขับไปอย่างระมัดระวัง ไม่วอกแวก มุ่งสู่เป้าหมายทีตั้งไว้ มีสติตลอดเวลา
    สั่งซื้อหนังสืออย่างไรกรุณาแจ้งให้ทราบด้วยค่ะ

  • Fonsirada

    สรุปว่าอ่านหนังสือให้แตกฉาน เหมือนฝึกหัดขับรถต้องแม่นยำกฏจราจร(ศึกษาเกี่ยวกับหุ้นที่สนใจให้แตกฉาน)  เวลาขับขี่ดูทิศทางให้ชัดเจนถึงทางแยกต้องดูซ้ายดูขวาให้แน่ใจว่าปลอดภัย(จังหวะการเข้าซื้อหุ้น) ค่อยๆออกรถแบบนุ่มนวลไม่เร่งเครื่องกระโชกโฮกฮาก(ลองแหย่ๆดูก่อน ถ้าแน่ใจค่อยตาม) เมื่อรู้ตัวว่ามาผิดทางก็จอด แล้วหาทางเริ่มต้นใหม่ แล้วจำไว้ด้วยว่าอะไรเป็นสาเหตุให้หลงทาง จะได้ไม่ทำซ้ำอีก  เมื่อเดินมาถูกทางแล้วก็ขับไปอย่างระมัดระวัง ไม่วอกแวก มุ่งสู่เป้าหมายทีตั้งไว้ มีสติตลอดเวลา
    สั่งซื้อหนังสืออย่างไรกรุณาแจ้งให้ทราบด้วยค่ะ

  • http://twitter.com/3dotts

    หนังสือเล่มนี้ไม่ทำให้คุณรวย เคล็ดลับต่างๆจะไร้ประโยชน์หากคุณกำลังหลอกตัวเองหรือหวังเพียงเพื่อรวยทางลัด เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือลดน้ำหนักแล้วเพิกเฉยต่อคำแนะนำ

    จะดีแค่ไหนที่ได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตของโคตรตำนานเซียนหุ้นอย่าง เจสซี่ ลิเวอร์มอร์
    จะดีแค่ไหนที่มันถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไทยโดยเซียนหุ้นอย่าง แมงเม่าคลับ

    การรักษาเงินทุน ทำกำไร ตัดขาดทุน และอีกหลายคำแนะนำจะถูกนำไปต่อยอดได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวคุณ

    พร้อมหรือยังที่จะถอดรหัสเซียนหุ้น แล้วหนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณ!

  • http://twitter.com/3dotts

    หนังสือเล่มนี้ไม่ทำให้คุณรวย เคล็ดลับต่างๆจะไร้ประโยชน์หากคุณกำลังหลอกตัวเองหรือหวังเพียงเพื่อรวยทางลัด เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือลดน้ำหนักแล้วเพิกเฉยต่อคำแนะนำ

    จะดีแค่ไหนที่ได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตของโคตรตำนานเซียนหุ้นอย่าง เจสซี่ ลิเวอร์มอร์
    จะดีแค่ไหนที่มันถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไทยโดยเซียนหุ้นอย่าง แมงเม่าคลับ

    การรักษาเงินทุน ทำกำไร ตัดขาดทุน และอีกหลายคำแนะนำจะถูกนำไปต่อยอดได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวคุณ

    พร้อมหรือยังที่จะถอดรหัสเซียนหุ้น แล้วหนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณ!

  • aeiou

    ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ อ่านแล้วครบเครื่องค่ะ
    แค่บทแรกก้อเตือนทุกคนที่ได้อ่านว่า ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับตลาดหุ้น
    และไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ
    ขยัน ศึกษา อย่าหยุดขวนขวาย
    รู้รุก(LET PROFIT RUN) รู้ถอย(CUT LOSS) รู้จักรอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสม อย่าใจเร็วด่วนได้
    จิตวิทยาหมู่ต้องเรียนรู้ จงเชื่อความเคลื่อนไหวของตลาด อย่าเชื่อลมปากใคร

    อยากอ่านต่อค่ะคุณมด จำหน่ายก้อบอกด้วยนะคะ อ่อนทางภาษาปะกิต รออ่านของคุณมดนี่แหละ
    ขอบคุณค่ะ

  • aeiou

    ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ อ่านแล้วครบเครื่องค่ะ
    แค่บทแรกก้อเตือนทุกคนที่ได้อ่านว่า ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับตลาดหุ้น
    และไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ
    ขยัน ศึกษา อย่าหยุดขวนขวาย
    รู้รุก(LET PROFIT RUN) รู้ถอย(CUT LOSS) รู้จักรอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสม อย่าใจเร็วด่วนได้
    จิตวิทยาหมู่ต้องเรียนรู้ จงเชื่อความเคลื่อนไหวของตลาด อย่าเชื่อลมปากใคร

    อยากอ่านต่อค่ะคุณมด จำหน่ายก้อบอกด้วยนะคะ อ่อนทางภาษาปะกิต รออ่านของคุณมดนี่แหละ
    ขอบคุณค่ะ

  • http://twitter.com/mprandy mprandy

    โห … ไม่ได้ดูไม่กี่ชั่วโมง คนเข้ามาเม้นท์เพียบเลย :D

    คอมเม้นท์ที่ได้จากการอ่านบทนี้
    1. บทนี้เป็นบทเริ่มที่จะแทบจะเหมือนบทสรุปของหนังสือเล่มนี้ กล่าวคือ Jesse Livermore ได้รวบรวมหลักสำคัญของการ trade โดยวิธีเก็งกำไรไว้แทบจะหมดสิ้นแล้ว ในบทต่อ ๆ มานั้น จะเป็นรายละเอียดที่เขาอธิบายในแต่ละหลักการของการเก็งกำไร สำหรับคนที่มีความรู้และประสบการณ์ของการ trade มาพอสมควรจะเข้าใจและนึกตามได้แทบจะทันที แต่สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคย หรือต้องการติดตามเรื่องราวต่อ การอ่านรายละเอียดในบทถัด ๆ มาจะได้เรียนรู้วิธี และเทคนิคของเขาได้มากขึ้น

    2. Jesse ชี้ให้เห็นว่าการเก็งกำไร และการทำเงินในตลาดหุ้นนั้น “ไม่ง่าย” อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ แต่อาศัยการฝึกฝน ความอดทน และการคิดวิเคราะห์มาอย่างดี

    3. การลงมือซื้อขายนั้น จะกระทำก็ต่อเมื่อเขาได้พิจารณาอย่างดีแล้วว่า โอกาส (และตลาด) เข้าข้างเขา เช่น เลือกซื้อ (long) เมื่อตลาดได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่าหุ้นนั้นเป็น “ขาขึ้น” (ไม่ใช่คิดไปเองว่ามันจะขึ้น) และอดทนเกาะ trend นั้นไป อดทนที่จะไม่ขายจนกว่าจะถึงเวลาที่สมควร … สำหรับการ short ก็มีหลักการเดียวกัน (แต่ในทางตรงข้าม) … เขาจะไม่สวน trend หรือตลาดอย่างเด็ดขาด การกระทำเช่นนั้นไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย ไม่เลือกขาย หรือ short เพียงเพราะว่าราคามันสูงแล้ว หรือเลือกซื้อ เพราะว่าราคาตกลงมาในระดับที่ต่ำกว่าอดีตมาก

    4. สิ่งสำคัญของการเก็งกำไรคือ การมีกฏเกณฑ์/แผน และทำตามกฏ/แผนเสมอ … (ride the profit, keep loss small) สิ่งที่อันตรายมากของการเก็งกำไรคือการปล่อยให้อารมณ์ (โลภ/ความหวัง และ กลัว) เข้ามามีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจในเก็งกำไร

    5. การบันทึกเป็นสิ่งที่นักเก็งกำไรควรทำ บันทึกการเคลื่อนไหวของราคา บันทึกจุดที่ตัดสินใจเข้าซื้อ/ขาย และใช้เวลาในการทบทวน เพื่อการเรียนรู้พฤติกรรมของหุ้น

    … หนังสือเล่มนี้เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์จริงของนักเก็งกำไรตัวจริงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ออกมาเป็นหลักการเก็งกำไรสุดคลาสสิก ที่นักเก็งกำไรทั่วโลกใช้เป็นแบบอย่างในการเรียนรู้ ผู้ที่สนใจในหลักการเก็งกำไร สมควรหามาเป็นเจ้าของ และได้เรียนรู้จากมันอย่างยิ่ง …

    ฮ่า ๆ ๆ … ไม่รู้จะเม้นท์อะไรแระ … ยิ่งเม้นท์มาก ยิ่งซ้ำกับคนอื่นเขา :D

  • http://twitter.com/Sanyanupab แสนยานุภาพ

    สรุปชิงหนังสือในแบบของผมบ้างนะครับ… รออ่านภาคต่อนะครับ ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆ มาแบ่งปันเสมอครับ

    ——————————————————————————————————————

    ความสำเร็จเกิดจากความพยายาม ต้องศึกษาหาความรู้อยากหนัก นำความรู้ที่ได้มาใช้พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

    ควรศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของหุ้น ค้นคว้าศึกษาเพื่อหาระบบที่เหมาะกับตัวเอง (ระบบที่สามารถทำตามได้)

    ควรเก็งกำไรในช่วงเวลาที่เหมาะสม และเดิมพันให้หนักเมื่อโอกาสมาถึง

    อย่าเชื่อมันในตัวเองมากเกินไป ตลาดไม่เคยผิด จงดูสิ่งที่ตลาดทำ เพื่อวางแผนและทำตามระบบของตัวเอง

    การรอคอยโอกาสที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากที่ได้วิเคราะห์หุ้นอย่างชัดเจนแล้ว อย่าแหกระบบทำตามความโลภ

    ต้องรักษาเงินทุนเอาไว้ เพื่อรอโอกาสที่เหมาะสมมาถึง หากพอร์ทเสียหายหนัก จะเกิดการเมาหมัดแล้วกลับมายาก

    ต้องทำการ Stop loss เมื่อเกิดเหตุหารณ์ผิดจากที่คิด และจง let profit run เมื่อได้กำไร

    อย่าอคติ  อย่าซื้อถั่วเฉลี่ยขาลงเพราะเราไม่รู้ว่าจุดต่ำสุดอยู่ตรงไหน

    ไม่มีใครสามารถคาดการณ์จุดสูงสุดและต่ำสุดได้

    ขอบคุณอีกครั้งครับ

  • http://twitter.com/Sanyanupab แสนยานุภาพ

    สรุปชิงหนังสือในแบบของผมบ้างนะครับ… รออ่านภาคต่อนะครับ ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆ มาแบ่งปันเสมอครับ

    ——————————————————————————————————————

    ความสำเร็จเกิดจากความพยายาม ต้องศึกษาหาความรู้อยากหนัก นำความรู้ที่ได้มาใช้พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

    ควรศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของหุ้น ค้นคว้าศึกษาเพื่อหาระบบที่เหมาะกับตัวเอง (ระบบที่สามารถทำตามได้)

    ควรเก็งกำไรในช่วงเวลาที่เหมาะสม และเดิมพันให้หนักเมื่อโอกาสมาถึง

    อย่าเชื่อมันในตัวเองมากเกินไป ตลาดไม่เคยผิด จงดูสิ่งที่ตลาดทำ เพื่อวางแผนและทำตามระบบของตัวเอง

    การรอคอยโอกาสที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากที่ได้วิเคราะห์หุ้นอย่างชัดเจนแล้ว อย่าแหกระบบทำตามความโลภ

    ต้องรักษาเงินทุนเอาไว้ เพื่อรอโอกาสที่เหมาะสมมาถึง หากพอร์ทเสียหายหนัก จะเกิดการเมาหมัดแล้วกลับมายาก

    ต้องทำการ Stop loss เมื่อเกิดเหตุหารณ์ผิดจากที่คิด และจง let profit run เมื่อได้กำไร

    อย่าอคติ  อย่าซื้อถั่วเฉลี่ยขาลงเพราะเราไม่รู้ว่าจุดต่ำสุดอยู่ตรงไหน

    ไม่มีใครสามารถคาดการณ์จุดสูงสุดและต่ำสุดได้

    ขอบคุณอีกครั้งครับ

  • Kiratiman

    โดย kiratiman@gmail.com
     เราไม่สามารถรู้ได้ว่าซื้อหุ้นแล้วมันจะขึ้น แต่เราสามารถรู้ได้ว่าเราจะขายตัดขาดทุนตรงไหน  

  • Kiratiman

    โดย kiratiman@gmail.com
     เราไม่สามารถรู้ได้ว่าซื้อหุ้นแล้วมันจะขึ้น แต่เราสามารถรู้ได้ว่าเราจะขายตัดขาดทุนตรงไหน  

  • bobo

    จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้เน้นไปที่การเก็งกำไรของตลาดหุ้นมากกว่าการลงทุน โดย Livermore นั้นมองว่าการลงทุนมีความเสี่ยงที่จะหมดตัวได้มากกว่า เพราะนักลงทุนนั้นสามารถทนมองเห็นพอร์ตตนเองจมน้ำโดยไม่ขายได้ และในที่สุดอาจทำให้ต้นทุนหมดไป หนังสือเล่มนี้พูดและเน้นถึงธุรกิจการเก็งกำไร โดยLivermore อาจเปิดเผยกลยุทธ์ในการเก็งกำไรของเค้าในตลาดหุ้น แต่เค้าก็ได้เน้นว่าไม่มีกฏใดใช้ได้ผลตายตัว 100% เพื่อจะบอกว่า แนวคิดของเค้าอาจใช้ได้ผลกับเค้าแต่อาจไม่ได้ผลเท่าเค้าเมื่อคนอื่นนำไปใช้

    สิ่งที่ได้ในบทนี้คือ ความรู้มุมมองใหม่ๆเกี่ยวกับการหาเงินในตลาดหุ้น มีหลายวิธีที่จะไปให้ถึงเป้าหมายที่คุณต้องการ เหมือนเช่นเวลามีคนถามว่า ถ้าอยากได้ผมลัพธ์เท่ากับหนึ่งร้อย คุณต้องนำเลขอะไรมาเลขบวกกับอะไร คำตอบมีหลายวิธี คุณอาจจะนำตัวเลขเพียงสองจำนวน สามจำนวนหรือมากกว่านั้นมาบวกกันก็ได้เพียงให้ได้เท่ากับร้อย แต่คุณต้องมีข้อมูลและรู้หลักการว่า ตัวเลขแต่ละตัวมีค่าเท่าไหร่บ้าง และเมื่อคุณรู้หลักการ คุณสามารถนำมันมาประยุกต์ใช้ และนำไปคิดค้นหลักการใหม่ๆได้ เแต่นั้นเป็นสิ่งที่คุณต้องลงมือทำด้วยตัวเองเท่านั้น เหมือนที่Livermore กำลังจะเปิดเผยกฏและหลักการในการเก็งกำไรของเค้า และที่จริงแท้คือคุณไม่สามารถที่จะทำถูกได้ในทุกๆครั้ง ในตลาดหุ้น

    ขอบคุณมากๆคะ สำหรับหนังสือดีๆและสิ่งดีๆที่ได้จากเวปนี้ตลอดมา

  • Ake

    ชื่อของ Jesse Livermore คือตำนานของนักเก็งกำไรก็ว่าได้ โดยสิ่งที่เขาเขียนในหนังสือเล่มนี้นั้น ล้วนแสดงถึงความเป็นอัจริยะและการเข้าใจถึงศาสตร์ของการเก็งกำไรอย่างแท้จริง แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ก็ตาม กฎและหลักการของเขาก็ยังคงสามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบันและตราบนานเท่านานจนกว่าตลาดหุ้นจะล่มสลายไป “เพราะราคาถูกกระทำด้วยมนุษย์และธรรมชาติของมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน”

    โดยหลักการของ J.L ที่ผมจะสรุปได้มีดังนี้

    1) การเข้าไปเก็งกำไรควรทำในจังหวะและเวลาที่เหมาะสม และไม่ควรคาดการคิดไปเองว่าราคาจะไปทิศ   
        ทางนั้นๆ จนรีบเข้าทำกำไรโดยไร้ความอดทน ควรรอจังหวะและติดตามราคาอย่างใกล้ชิด ให้ราคาได้
        แสดงให้เราเห็นก่อนแล้วเราค่อยตาม

    2)  Let profit & Limit loss ซะ  กล้าที่กอบโกยกำไรก้อนใหญ่เมื่อเรามาถูกทาง และก็ยอมขาดทุนโดนเร็ว 
         เมื่อเราอยู่ฝั่งที่ผิด

    3) จงอย่าลงเดิมพันหมดหน้าตักในครั้งเดียว  แบ่งส่วนเพื่อทดสอบตลาดก่อน จนกว่าตลาดจะแสดงให้เห็น
         ว่าเราคิดถูก

    4) เล่นตามเทรนของราคา แนวโน้มขึ้น ก็เข้าซื้อ แนวโน้มลง ก็เข้าขาย

    5) แนวทางการเล่นแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคุณทดลองทำมัน สังเกตดูพฤติกรรมของมัน สุดท้าย 
         คุณจะพบแนวทางของตัวเองได้

    อยากได้หนังสือจังเลยครับ เป็นไอดอลผมเลยคนนี้ 

  • Principles_me

    ขอร่วมสรุปแง่คิดด้วนคนคะ
    จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ที่ JL ได้เน้นย้ำหลักๆมีอยู่ 3 อย่างคะ
    1.เรื่องของ Timing (เวลาที่เหมาะสมในการเข้าหรืออกจากการเก็งกำไร)
    2. Money Management
    3. การควบคุมอารมณ์
    ซึ่่ง JL มองการเก็งกำไร เป็นสิ่งที่ไม่ต่างอะไรจากการคาดเดา แต่การเก็งกำไรจะควรเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตลาดได้ให้สัญญาณยื่นยันไปในทางเดียวกับความคิดหรือการคาดเดานั้นๆ รวมถึงการที่ไม่ควรทำอะไรที่สวนกระแส โดยใช้ความคิดของตนหรือการคาดเดาเท่านั้น สิ่งที่สำคัญในการเป็นนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จนั้น คือความรู้และความอดทน รวมถึงการให้ความสำคัญต่อการบริหารเงิน เพื่อวางแผนและปกป้องเงินต้นให้ปลอดภัยต่อการเทรดในแต่ละครั้ง เพราะ Cash สำหรับนักเก็งกำไรก็ไม่ต่างจาก Inventory ในร้านค้า รวมถึงการหาสัดสวนของเงินที่ต้องการลงทุน และการแบ่งไม้ซื้อเพื่อยื่นยันในความถูกต้องของความคิดต่อการเข้าเทรดนั้นๆ หรือการ  Let profit run หรือการ cut loss ซึ่งช่วยไม่ทำให้เงินต้องจมกับหุ้นที่เขาอาจคาดเดาผิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการวางกฎเกณฑ์ขึ้นมา โดยสะสมจากประสบการณ์  การจดบันทึกและการสังเกตุนิสัยของตลาดหรือหุ้นตัวนั้นๆ การวางหลักเกณฑ์ต่างๆนั้นจะช่วยในการควบคุมอารมณ์ ซึ่งอาจคล้อยตามอารมณ์ของตลาดได้นั้น นักเก็งกำไรจึงควรต้องสติ๊ก อยู่กับหลักเกณฑ์ที่ตนได้ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด JL เชื่อว่าไม่มีอะไรใหม่ในการเก็งกำไรตลาดหุ้น สิ่งที่เคยเกิดในอดีตก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะธรรมชาติของมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนคะ

    • Principles_me

      ความอดทนนี้ คือการอดทนในการรอคอยโอกาสนะคะ…..ขอโทษคะรีบพิมพ์ไปหน่อย….(^u^)

  • setpulse

    เมื่อเปรียบการเก็งกำไร เป็นธุรกิจ
    ก็เหมือนกับเป็น แม่ค้าขายผักผลไม้

    ต้องเลือกผักผลไม้ที่สด ใหม่ น่ารับประทาน สารอาหารสูง คนนิยม
    จัดวางให้ดูดีสะอาดสดใส

    ส่วนพวกผักผลไม้ที่เริ่มเหี่ยเฉา ก็เหมาๆ ยกเข่งขายไป เก็บไว้ก็รังแต่จะเน่าลงๆ

    ยิ่งเทศกาลสำคัญ เช่น ตรุษจีน  ผลไม้ที่นิยมต้องมีครบ ราคาดี

    ถ้าหุ้นเป็นผลไม้ แน่นอนว่า มันก็ต้องมีช่วงสดใสน่าทาน แต่เมื่อเก็บไว้นาน มันก็มีวันหมดอายุ
    แต่วันหมดอายุของมัน เกิดจากแนวโน้ม และความน่าสนใจของมวลชน
    เมื่อหุ้นถึงเวลาของมัน ก็เหมือนผลไม้ ตอนตรุษจีน   ปี๊ดเลย

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆที่เอามาแบ่งปันะครับ

  • Meowjang

    แง่คิดที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้คือ ในการเข้าเก็งกำไรหุ้น ไม่ควรทำเหมือนกับเป็นการเล่นการพนัน แต่ควรมองว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจอย่างหนึ่ง ซึ่งเราต้องดูแลรักษาให้ธุรกิจสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่นยืน จึงต้องมุ่งมั่นหาความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจอย่างจริงจังค่ะ

  • http://profile.yahoo.com/3ENK5JJGC5IQHYTWPMMPYRCXLM Ekachai

    อ่านแล้วผมนึกแต่ว่า ถ้า J.L. ได้รู้จักพุทธศาสนา เค้าจะยกระดับไปได้ถึงขั้นเทพเลยทีเดียว เพราะปัญหาที่เค้าเจอแก้ได้ด้วย “สติ” แค่นั้น  (ผมตีความว่าปัญหาของเค้าที่สำคัญ คือ เรื่องอารมณ์ทางโลกที่เค้าห้ามใจไม่ได้)

    แนวทางของเค้าที่จริงก็ไม่ได้พิสดารอะไร ก็เป็นไปตามหลักอิทธิบาทสี่ล้วนๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ชอบทำกัน เพราะเหมือนต้องทำกินเอง หาสูตรลงตัวเอง ไหนเลยจะง่ายเท่ากินอาหารฟาสต์ฟู้ดได้

    ที่ชอบใจและเห็นด้วยอีกอย่าง คือ การจดบันทึก  ก่อนหน้านี้ผมเองก็ไม่ค่อยจดบันทึก และก็พบปัญหาในการเทรดบ่อยๆ ทั้งที่ศึกษามาก็มากแล้ว เลยไปปรึกษาเพื่อนสนิท และได้รับการแนะนำว่า “ต้องจดบันทึกเท่านั้น”  พอมาลองทำดูก็ได้ผลจริง ซึ่งผมคิดว่าเกิดจากสมาธิ

  • ihmunoi

    ผมเขียนสรุปไม่รู้เรื่องครับ 555 แต่ผมสนับสนุนคนแปลครับ ผมจอง 2 เล่ม ครับ

  • Pp_pom

    กฎการลงทุน คือ
    1. Let Profit Run
    2. Stop Loss
    และ 3. ศึกษาพฤติกรรมของหุ้นที่สนใจและหาวิธีและหลักการณ์ของตนเองให้ได้

  • Lek

    มาช้าไปหน่อย
    ผมเขียนสรุปออกมาคล้ายๆความเห็นหลายๆท่านรวมๆกันคับ เลยไม่พิมพ์ดีกว่า เหมือนลอกคนอื่นเลยขอเปลี่ยนเป็นจองอุดหนุนหนังสือคุณมด 1 เล่มแทนนะคับ

  • Nakkid

    ความเห็นของผมไม่สำคัญเท่ากับความอยากอ่าน ขายเมื่อไหร่บอกด้วยก็แล้วกัน
    เท่าที่อ่านดู หลักการง่าย ๆ แต่ทำยาก ๆ คืออย่าหวังพึ่งใคร ควรจะปกป้องเงินทุน เก็งอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่เก็งแบบที่คิดอยากให้มันเป็น จังหวะไหนไม่ใช่ก็อย่าคัน จังหวะไหนใช่ก็จัดหนัก ถ้าอยากสำเร็จ แบบไหนที่เคยทำแล้วเจ๊งก็อย่ากลับไปทำ ทำจริงจัง หมั่นหาความรู้ ทำการบ้าน อย่าทำให้มันเหมือนเล่นการพนัน แต่ทำมันแบบที่มันเป็นะธุระกิจของเรา

  • http://twitter.com/flyingspk Alongkot

    หนังสือ “How to trade in stocks” ของเจสซี่
    ลิเวอร์มอร์เป็นหนังสือการเก็งกำไรที่สนุกและมีสีสันที่สุดเล่มหนึ่งที่ผมเคยอ่านมา
    ผมเคยคิดว่าคงเป็นเรื่องยากหากจะแปลเป็นภาษาไทยแล้วยังคงอรรถรสของสำนวนที่ให้อารมณ์แก่ผู้อ่านเหมือนอย่างต้น
     แต่พอผมอ่านบทแรกของคุณมดแล้วรู้สึกได้เลยว่าคุณมดสามารถแปลออกมาและยังคงอรรถรสและกลิ่นอายดั้งเดิมของหนังสือได้อย่างดีเยี่ยมครับ
    จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้นอกจากจะเต็มไปด้วยปรัชญาการลงทุนของลิเวอร์มอร์แล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือหนังสือยังสื่อถึงอารมณ์
    ตัวตน บุคลิกและเรื่องราวของลิเวอร์มอร์ได้เป็นอย่างดีซึ่งสำหรับตัวผมเอง
    การเข้าถึงตัวตนของนักเก็งกำไรระดับตำนานถือเป็นสิ่งสำคัญมากไม่แพ้การเข้าใจหลักการและปรัชญา
    ในการอ่านบทแรกของหนังสือผมได้แง่คิดสำคัญๆ 3 ข้อครับ
    1. Dedication & Obsession – ในส่วนแรกของบทที่หนึ่งพูดถึงการอุทิศตัว
    มุ่งมั่น และหลงไหลกับการเก็งกำไร ส่วนนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าคุณจะทำอะไร
    หากเราไม่มีความสุข ก็จะไม่เกิดความมุ่งมั่นและแน่นอนจะไม่มีการอุทิศตัวในการทำสิ่งนั้นๆอย่างแน่นอน
    ฉะนั้นหากขาด Dedication & Obsession แล้วหลักการต่างๆที่รำเรียนมาย่อมไม่มีประโยชน์ ในส่วนนี้หนังสือได้แสดงถึงความมุ่งมั่นและความหลงไหลในตลาดของลิเวอร์มอร์
    จนทำให้เกิดการอุทิศทั้งกายและใจในการมุ่งสู่เป้าหมาย อย่างไม่มีข้อแม้ ก่อให้เกิดพลังและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
    2. Know When – การรู้ว่าเมื่อไหร่เป็นสิ่งสำคัญในการเก็งกำไรเช่นกัน
    คนทั่วๆไปมักจะคิดว่าการร็ว่าเมื่อไหร่ในการเก็งกำไรเป็นสิ่งที่สำคัญ
    แต่การรู้ว่าเมื่อไหร่ “ไม่” ควรเก็งกำไรก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน การซื้อในช่วงที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของหุ้นนั้นๆอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสม
    หากอยู่ในช่วงเวลาที่ลงตัว
    3. We all die in the end – สุดท้ายแล้วทุกๆคนล้วนแต่เป็นมนุษย์ซึ่งสามารถผิดพลาดได้
    แต่ความแตกต่างจะเกิดจากการบริหารความผิดพลาด ก้าวข้ามมันและเรียนรู้ที่จะแก้ไขมัน
    ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเก็งกำไรตราบใดที่เราและนักลงทุนในตลาดยังเป็น ”มนุษย์”

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆที่มีให้เสมอมาครับ

  • Boy

    ขอร่วมสรุปไอดียด้วยคนครับ หลังจากที่อ่านแล้ว สิ่งที่ผมจับใจความได้ คือ
    1. ความแตกต่างระหว่าง “นักพนัน” กับ “นักเก็งกำไร”2. สิ่งที่ผู้แต่งพยายามเน้น คือ “Mind”, “Discipline” และ “Price movement+Timing”1.ความแตกต่างระหว่าง “นักพนัน” กับ “นักเก็งกำไร” .. คือ ..”แนวคิด”, “การฝึกฝน” และ “ความพยายาม”         นักพนันมักจะใช้ “อารมณ์” ในการตัดสินใจ และมักจะอ้างถึง “โชคหรือดวง” เิดิมพันแบบหมดหน้าตัก รวยคือรวย เจ๊งคือเจ๊ง นั่นจึงเป็นเหตุว่า ทำไมนักพนันจึงไม่เคยรวยได้เลย เพราะใช้แต่อารมณ์กับไม่มี Money management เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับนักเก็งกำไรทั่วไปในตลาด

             ขณะที่นักเก็งกำไรที่แท้จริงนั้นไม่ใช่แบบที่คนทั่วไปคิด ว่าจะต้องมานั่งเฝ้าตลาดแบบ ring-side ทุกวันตลอดเวลา แต่พวกเขาจะใช้ความพยายามในการฝึกฝนวิคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อหุ้นนั้นๆ ตั้งสมมติฐานราคาหุ้นที่เป็นไปได้ในสถานการณ์ต่างๆ มีการจดบันทึกพฤติกรรมราคาของหุ้น จนสามารถบูรณาการและทำจนเป็นนิสัย นอกจากนี้พวกเขาเน้นการหาจังหวะเข้ามากกว่า เพราะพวกเขาาเชื่อว่ายังไงตลาดก็ให้โอกาสทุกคนเสมอ อยู่ที่จะค้นเจอจังหวะที่เป็นโอกาสของตัวเองรึเปล่า และพวกเขาจะยังไม่เทหมดหน้าตัก เผื่อจำเป็นต้อง “หนี” คือ ทิศทางราคาไม่เป็นไปตามคาด จะได้เจ็บตัวน้อยๆ เขาจะเฝ้ารอดูจนกระทั่งสิ่งที่เขาเชื่อนั้นแสดงออกมาให้เห็นจริงๆ คือ ราคาขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญจึงค่อยลุย ถ้าให้พูดง่ายๆ คือ “เวลาเสียให้เสียน้อยๆ เวลาได้ให้รวบเดียวคำใหญ่ๆ และเน้นการรักษาเงินต้น”

    2. ”Mind”, “Discipline” และ “Price movement+Timing”
             Mind – ต้องพยายามควบคุมตนเอง รู้จักอดทนรอเพื่อให้มั่นใจจริงๆ ก่อน (อย่ากลัวตกรถ) หรือรู้จัก Let Profit Run (ไม่ใช่กำไรนิดหน่อยรีบขาย กลัวมันลง)
             Discipline – มีวินัยในการ Stop loss
             Price movement+Timing – ไม่มีทางไหนที่จะได้เงินง่ายๆ ต้องอาศัยความพยายามทั้งนั้น การเก็งกำไรที่ดีต้องรู้จักฝึกฝนวิเคราะห์พฤติกรรมราคาเพื่อเรียนรู้และหาจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเก็งกำไรหุ้นนั้นๆ

  • boyles

    ช่วย Promote แต่ผมก็ขออุดหนุนคุณมดดีกว่า อุตส่าแปลมาเหนื่อยครับ ^^ เป็นกำลังใจให้ครับ

    1. http://www.bigmoveclub.com/2012/01/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB/
    2. http://www.facebook.com/bigmoveclub

    3. ใน Thaigold http://www.thaigold.info/Board/index.php?/topic/1018-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%94/page__st__255

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @126f91927843b4b7c86eafb7b2ec6c96:disqus  โอ้ ในที่่สุดก็มาแล้วผู้ Review หนังสือลง Blog คนแรก รีวิวดีจัง ชอบครับๆ :D
      ขอบคุณมากครับ ส่วนเรื่องหนังสือเดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะจัดส่งไปให้นะครับ 

      ปล. อยากคุยกับความเห็นท่านอื่นๆด้วย แต่ไม่อยากให้เปลืองเนื้อที่ของ Comment นะครับ ผมกด Like ให้แปลว่าอ่านแล้วชอบนะครับ :D

  • konsod

    ทุกการลงทุนที่สำเร็จหรือล้มเหลว ขึ้นอยู่ที่ ใจ ของผู้ลงทุน

  • Anonymous

    อ่านดูแล้ว ดูิเหมือนว่า Jesse Livermore จะเป็น trend following ด้วย

    จากส่วนหนึ่งในหนังสือที่ว่า “จงจำให้ดีว่าผมไม่เคยซื้อหุ้นเมื่อมันพักตัว และผมไม่เคยที่จะขายชอร์ทเมื่อหุ้นกำลังวิ่งสวนขึ้นไปอีกด้วย…”

    และเขายังทำการ let profit run และ cut loss หากราคาหุ้นไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้

    “จงอย่ากได้คิดเฉลี่ยการขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นอันขาด ผมขอให้คุณจงจำมันเอาไว้ในจิตใจอย่าได้ลบเลือน..”

    และมีแนวคิดของ เจสซี่ ที่ผมชอบมากที่สุดคือ

    ไม่มีราคาหุ้นที่แพงเกินไปที่จะซื้อ และไม่มีราคาหุ้นที่ถูกเกินไปที่จะขาย

    ขอบคุณที่แปลหนังสือดีๆ มาให้ได้อ่านกันนะครับ ^ ^

  • Vo2max

    ผมเป็นคนหนึ่งที่เมื่อหุ้นขึ้น แล้วไม่กล้าซื้อตาม หรือถ้ามีตัวนั้นอยู่พอเห็นว่ามีกำไรแล้วก็รีบขาย พอขายเสร็จซักพัก “อ้าวไปต่อ”และเมื่อหุ้นลงบางครั้ง ก็ขายต่ำสุด เมื่อขายแล้ว หุ้นขึ้นเลย! หนังสือเล่มนื้ทำให้(ขนาดได้อ่านแค่บทแรก) ทำให้แนวคิด พฤติกรรมการลงทุน และเก็งกำไรในหุ้นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่อง ปัญหาด้านจังหวะเวลาในการลงทุน ของผม และราคาของหุ้น วันนี้ (26 มกราคม 55) หลังอ่านจบ ผมเลยคิดว่าจะลองดูสิ่งที่อ่านมาหน่อย เห็นหุ้น BCP(pe 4.31 เท่า, pb 0.91 เท่าพื้นฐานน่าจะ OK) ซึ่งมีรูปแบบคล้ายๆกับวิธีในหนังสือ โดยที่หุ้นฟอร์มตัวอยู่ระดับราคา 18-19 บาทนานพอสมควรแล้ว(ราคาของหุ้นก็ได้เข้าสู่สภาวะที่แข็งแกร่งอย่างมากด้วย:จากหนังสือ) และมีข่าวออกมาเรื่อยๆแต่หุ้นก็ยังไม่ไปไหน  โดยวันนี้บวกขึ้นมาเยอะ ผมจึงลองซื้อที่ราคา 20 บาท จำนวน 1000 หุ้น หลังจากซื้อได้สักครู่ใหญ่ BCP วิ่งขึ้นไปสูงสุดที่ 20.50 บาท ถ้าพรุ่งนี้ราคายังไปต่อก็จะซื้อเพิ่ม และจะทำตามที่หนังสือบอกคือ “จงจำไว้ให้ดีว่าตราบใดที่ราคาหุ้นและตลาดโดยรวมกำลังดูดีอยู่นั้น จงอย่าได้รีบชิงขายทำกำไรออกไปเสียก่อน “ ขอบคุณผู้แปลแห่งแมงเม่าคลับที่ช่วยแปลและตีพิมพ์วิธีในการตกปลา จากหนังสือเล่มนี้ของ Jesse L. Livermore ออกมาให้เม่าทุกคนได้อ่านครับ ตอนนี้อยากอ่านบทต่อไปแล้วครับ ขนาดแค่บทแรกนะนี่ สุดยอดครับ 

  • เอ

    สวัสดีครับคุณมด อ่านบทแรกแล้วเข้าใจดังนี้ JL ชี้ให้เห็นว่าอย่าใช้ความคิดในการทำนายอนาคตราคาใช้ Trigger ในการเข้าออกที่ชัดเจน มีการควบคุมวงเงินที่ใช้ในการเก็งกำไรแต่ล่ะครั้งที่เหมาะสม และการควบคุมจิตใจ และความสำเร็จแลกมาด้วยความพยายามและความทุ่มเทของเรา ปัญหาคือเราจะนำมาปรับใช้การสินค้าและนิสัยการเทรดของเราอย่างไร รออ่านฉบับเต็มอยู่นะครับ
    ขอบคุณครับ

  • domenocs

    การทำธุรกิจเก็งกำไร จะประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
    ต้องเข้าใจการเดินทางแบบพุทธ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน 
    สิ่งที่เราแน่ใจ มั่นใจ อย่างสุดโต่ง อาจไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้
    พุทธศาสนาจึงสอนให้เรียนรู้ และปล่อยวางกับสิ่งที่ไม่แน่นอน
    - การเรียนรู้ อยู่กับสิ่งไม่แน่นอนคือการควบคุมหรือจำกัดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความไม่แน่นอน
    - การปล่อยวาง คือการยอมรับข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากระบบการลงทุนจนทำให้จิตวิทยาเราเสียไป
    และจงพร้อมเมื่อโอกาสและจังหวะกลับมาอีกครั้ง

    แค่เข้าใจแบบพุทธ …การเดินทางสายกลาง เท่านี้เราจะเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองให้เหมือน Jesse L. ได้คงไม่ใช่เรื่องยาก

  • Tsunami2p

    ถ้าเปรียบเทียบคนที่เล่นหุ้น (ไม่ว่าจะแนวทางใดก็ตาม) ให้เหมือนกับผู้ล่าในป่าใหญ่อย่างเช่น สิงโต เราจะเห็นว่าธรรมชาติการล่าเหยื่อของสิงโตคือ
    1. เลือกประเภทของเหยื่อที่คาดว่าจะสามารถล่าได้ (เลือกตลาดลงทุน)
    2. รอ หาจังหวะที่เหยื่อเผลอ (รอสัญญาณจากระบบการลงทุนของคุณ)
    3. “ง่ำ” ปฏิบัติการลงมืออย่างไม่ลังเล (ทำตามสัญญาณนั้นซะ)

    ลิเวอร์มอร์ ได้บอกกับนักลงทุนไว้่ว่า จงเชื่อมั่นต่อแนวทางการวิเคราะห์ทิศทางราคารวมถึงจังหวะเวลา และเหนือสิ่งอื่นใด จง “รอ” จังหวะโอกาสจนกว่าจะมาถึง ดั่งเช่นสิงโตที่แม้จะมีพละกำลังมากมายเพียงใด แต่มันก็ยังคงต้องอดทนและรอเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเข้าทาง

    หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เพียงแค่นำเสนอแนวทางที่ ลิเวอร์มอร์ ใช้แล้วประสบความสำเร็จจนกลายเป็นอัจฉริยะ หากแต่มันยังช่วยย้ำเตือนให้เราได้เห็นความสำคัญของ”วินัยในการลงทุน” และ  “จิตวิทยาการลงทุน” อีกด้วย

  • Apple Bomber

    จุดเด่นของบทแรกในหนังสือเล่มนี้ ที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากๆ คือ การที่ต้องรอให้ตลาดยืนยันความเห็นของเราก่อน ซึ่งคนทั่วไปจะไม่สามารถอดทนรอได้ และไม่สามารถทำใจซื้อได้เมื่อราคาวิ่งขึ้นไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็ คือ การเก็งกำไรห้ามซื้อถัวเมื่อขาดทุนเด็ดขาด  
    อยกาอ่านหนังสือตัวเต็มเร็วๆ ครับ

  • pakorn lertpaiboon

    ผมว่าเท่าที่อ่านผมสรุป ได้ 2 อย่างคือ คนเก่ง เขาไม่ได้มีตาทิพย์วิเศษที่มองได้เห็นอนาคต แต่ที่มีคือ มุมมองที่ไม่เหมือนคนทั่วไป 

    ส่วนที่สองคือ ถ้าเป็นในภาษาสมัยใหม่คือ Money Management ซึ่งเป็นกุญแจหลักของการอยู่รอดอย่างแท้จริงๆ 

  • Vilita12

    หายใจเข้า-ออกเป็นหุ้น เรียนรู้พัฒนาตัวเองเสมอ   รู้จังหวะเวลา  มั่นใจ รักษาวินัย  รักษากำไรมากกว่าขาดทุน  จงพอใจอย่าโลภ

  • Juhan

    ก่อนเริ่มอ่านบทแรก ผมมีความรู้สึกสงสารผู้เขียนหนังสือที่ได้จบชีวิตด้วยใจที่เศร้าหมอง และมีความสงสัยว่าบทเรียนด้านการลงทุนไม่ได้ช่วยให้นักเก็งกำไรผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ มีจิตใจที่แข็งแกร่งเพียงพอในการดำรงชีวิต หรือเขามีปัญหาที่มากมายจนเกินจะแก้ไข  แต่เมื่อได้อ่านบทแรก ผมเข้าใจของผมเองว่า แม้ผู้เขียนถ่ายทอดอย่างจริงใจว่าแนวทางการเก็งกำไรเป็นสิ่งที่ฝืนต่อกิเลสของมนุษย์ ทั้งเรื่องความโลภ ความหลง และโทสะ โดยมาจากพยายามสังเกตุเหตและผลทุกครั้งที่ตนเองได้เก็งกำไร ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุนจนหมดตัวก็ตาม และเขียนเป็นกฎต่างๆที่ตนเองใช้ในการเก็งกำไร แต่ผมเชื่่อว่าผู้แต่งยังทำไม่ได้ทุกครั้งอย่างที่เขียนเอาไว้  อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะอย่างน้อยผู้เขียนมีน้ำใจทีเขียนบอกแผนที่คร่าวๆให้กับผู้อ่านในการเดินทางสู่นักเก็งกำไร เพราะจะได้เตรียมใจไว้บ้าง เมื่อได้เจอด้านมืดของใจตนเอง

  • Pohsod

    ดิฉันเป็นมือใหม่เข้ามาเทรดหุ้นครั้งแรกจะฟังมาเก็ตติ้งแนะนำให้ซื้อตัวนั้นตัวนี้ดิฉันซื้อตามหมด แม้บทความตามหนังสือพิมพ์ที่วิเคราะห์หุ้นเด่นดิฉันก้อซื้อตามผลตามมาคือพอร์ตแดงเป็นสีเลือด    ดิฉันเกิดคำถาม ถามตัวเองว่าดิฉันโง่มากไม่เรียนรู้ไม่ค้นคว้าในหุ้น ต่อไปนี้ดิฉันต้องอ่านๆๆเรียนรู้เรื่องเทคนิคและปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นให้มากที่สุด บทความและบทวิเคราะห์ต่างๆๆต้องตีให้แตกจะไม่รับไม้ต่อจากใครจนติดดอยอยู่ขณะนี้ค่ะ  คุณมดคะ หนังสือจะออกขายเมื่อไหร่ช่วยบอกด้วยนะคะ อยากได้ค่ะ เพิ่งเข้าชม blok นี้เป็นครั้งแรก จัดได้ดีมากค่ะ โดยเฉพาะได้เรียน rsi ใน blok นี้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ
       

  • Berno

    สั้นๆเลยครับ
    1 รักษาเงินทุนไว้ก่อนค่อยทำกำไร
    2 Stop loss,let profit run
    3 Trend following
    4 เรียนรู้ ฝึกฝน จนพบทางของตัวเอง

    ถ้าพลาดรางวัล ของจอง 1 เล่มครับ

  • Traderlism

    การเล่นหุ้น อย่าทึกทักเอาเองว่ามันจะขึั้นหรือลง ถึงแม้หลาย ๆ ครั้ง มันจะเป็นไปตามความคิดเรา แต่ถ้ามีครั้งหนึ่งที่หุ้นไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เราเกิดความกลัว ไม่กล้าที่ตัดสินใจ เกิดความวิตก และอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องขาดทุนอยุ่่บ่อยครั้ง  

  • Peerasak_off

    แง่คิดและแนวทางที่ได้รับจากการอ่าน แค่บทเดียวสุดยอดเลยครับ อยากได้หนังสือมาไว้ศึกษามากเลย อ่านแล้วมาปรับใช้ทบทวนการกระทำที่ผิดพลาดของตัวเองจากการมีแนวคิดที่ผิดมาตลอดเลย สรุปที่ผมได้
    1.       แม้นักเก็งกำไรที่เก่งก็มีสำเร็จและล้มเหลว ด้วยปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องจังหวะเวลาในการเก็งกำไร
    2.       ต้องรู้จักติดตามและวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ต้องสร้างบันทึกของตัวเองด้วย
    3.       แยกการพนันกับการเก็งกำไรออกจากกันด้วยการเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างสุดความสามารถจากข้อมูลทั้งหมดที่มี สร้างเป็นกฎสำหรับการเก็งกำไร และต้องทบทวนแนวคิดนั้นถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
    4.       กฏและแนวคิดไม่มีที่ถูกต้อง 100% แถมห่างไกลพอสมควรด้วย แต่มันก็สามารถปรับใช้ได้เป็นเข็มทิศในตลาดได้
    5.       ไม่มีทางที่เอาชนะเดิมพันได้ทุกครั้ง นั้นคือความจริงของการเก็งกำไรในตลาดหุ้น
    6.       การเก็งกำไรให้ประสบความสำเร็จ จะต้องรู้จักที่จะคาดคะเนถึงการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งต้องอาศัยรากฐานแนวคิดที่ชัดเจนกับการวิเคราะห์ผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ
    7.       อย่าเดิมพันมากเกินไป เพียงเพราะเชื่อมั่นในความเห็นส่วนตัว จนกว่าที่การเคลื่อนไหวของตลาดจะยืนยันความเห็นเราเรียบร้อยแล้ว
    8.       ให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของตลาด มากกว่าข่าวสารหรือความเห็นส่วนตัว
    9.       จงปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไป หากแนวโน้มยังขาขึ้น อย่าตัดสินใจขายเพียงเพราะกลัวจะไม่ได้กำไรเล็กๆนั้น
    10.   ต้องรู้ว่าเวลาไหนที่คุณควรจะต้องปกป้องตัวของคุณเองโดยการขายหุ้นที่ถืออยู่ก่อนที่การขาดทุนจะเริ่มบานปลายขึ้นมา โดยต้องยอมขาดทุนเพียงเล็กน้อยเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อรักษาเงินทุนที่มีอยู่สำหรับโอกาสในภายหน้าได้
    11.   เมื่อราคาของหุ้นต่ำลงเรื่อยๆ จงรู้ว่าไม่มีใครที่จะสามารถคาดการณ์ได้ว่ามันจะลงไปสิ้นสุดที่ราคาเท่าไร และไม่มีใครที่จะสามารถพยากรณ์ถึงจุดสูงสุดของตลาดหุ้นในขณะที่แนวโน้มใหญ่ของมันยังคงเป็นขาขึ้นอยู่
    12.   อย่าขายหุ้นเพียงเพราะราคาของมันดูเหมือนว่าจะสูงเกินไป แต่ให้คิดในมุมกลับกันว่า มีปัจจัยอะไรบ้างหรือไม่ที่จะหยุดยั้งมันจากการวิ่งขึ้นไป
    13.   อย่าซื้อหุ้นเพียงเพราะราคาของมันได้ตกลงมาอย่างมากจากจุดสูงสุดในรอบที่แล้วของมัน เนื่องจากมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าราคาที่ร่วงหล่นลงมาอย่างรุนแรงของมันย่มต้องมีเหตุผลที่เหมาะสม
    14.   จงจำไว้ว่าเขาไม่เคยที่จะซื้อหุ้นเมื่อมันพักตัวและผมไม่เคยที่จะขายชอร์ทเมื่อหุ้นกำลังวิ่งขึ้นไปอีกด้วย
    15.   จงอย่าได้คิดเฉลี่ยการขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นอันขาด

  • Horseontherock

    เท่าที่ผมพอจะจับใจความได้นะครับ คือ 1.ให้ทุ่มเทเกี่ยวกับการเก็งกำไรอย่างจริงจัง เหมือนกับการทำธุรกิจที่ต้องทุ่มเทดูแลติดตามใส่ใจอย่างใกล้ชิด 2.รักษากฏ cut loss let profit run อย่างเคร่งครัด โดยให้รู้เท่าทันอารมณ์ และควบคุมมันไว้ให้ดี  3. ให้ติดตามบันทึกราคาหุ้นด้วยตัวของเราเอง วิเคราะห์พฤติกรรมราคา รวมถึงดูเหตุการแวดล้อม ทีส่งผลต่อจิตวิทยามวลชน แล้วเราจะค้นพบแนวทางที่เป็นตัวของเราเอง  (มือใหม่กำลังศึกษาครับ หากไม่ได้รางวัล ไม่ทราบว่ามีวางขายมั๊ยครับ อยากได้มากครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับสำหรับความรู้)

  • Teerasak_tak

    ขอบคุณพี่มดที่แปลหนังสือคลาสสิคของนักเก็งกำไรที่เป็นตำนานอย่าง JESSE L. LIVERMORE ไว้ได้เนียนมาก

    ผมขอสรุปแนวคิดสำคัญที่ได้ดังนี้ครับ

    1.การเก็งให้ได้กำไรไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำกันได้ง่ายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากลำบากเกินไปเลย ขอเพียงแต่มี ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเก็งกำไร(การเก็งกำไรไม่ใช่การพนันแต่เป็นการทำธุรกิจแบบหนึ่ง) และมีPassion (มีใจรักที่จะฝึกฝน เรียนรู้อย่างหนัก)

    2.การเก็งกำไรควรจะทำในจังหวะเวลาที่เหมาะสม และไม่ควรเลือกที่จะสวนเทรนของตลาด

    3.เรียนรู้ที่จะ Let Profit run และรู้จัก Stop Loss แทนที่จะ let loss run

    4.การจดบันทึกจะทำให้คุณสามารถแยกความแตกต่างระหว่างความล้มเหลวและความสำเร็จจากการเก็งกำไรได้ รวมทั้งการวิเคราะห์จากสิ่งที่ได้จดบันทึกจะทำให้เกิดแนวคิดบางอย่างที่สำคัญสำหรับการเทรดขึ้นมาได้

    5.นักเก็งกำไรที่อยากจะประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนต้องรู้จักสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการเทรดและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นั้นอย่างเคร่งครัด กฎเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จให้กับนักเก็งกำไรคนอื่นเช่นกันหากพวกเขาเหล่านั้นไม่เข้าใจกฎเกณฑ์นั้นอย่างลึกซึ้งและแน่นอนว่าไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆที่จะถูกต้อง 100% เสมอ

    6.ตลาดนั้นถูกเสมอมีเพียงแต่ความคิดของเราที่อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ฉะนั้นจงอย่าเชื่อมั่นกับความคิดตัวเองมากเกินไป แต่ให้หาเหตุผลประกอบว่าเพราะเหตุใดตลาดจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เราคิด

  • party

    1.อย่าเริ่มจนกว่าตลาดจะบอกคุณให้เริ่ม คอยฟังเสียงตลาด ไม่ใช่ เสียงของคุณเอง เพราะจังหวะของคุณอาจะยังไม่ตรงกับตลาด
    2.cut loss shot and let profit run
    3.ไม่มีวิธีการ trade หุ้นที่ดีที่สุด มีแต่ วิธี trade ที่เหมาะกับคุณที่สุด  

  • Genggy

    วางจำหน่ายเมื่อไหร่ ส่งข่าวด้วยนะ ^^

  • Nicky_liew62

    ทุกคนที่เข้ามาในตลาดหุ้น พยายามทุกทางเพื่อเอาชนะตลาด
    แม้กระทั้งผู้ที่เป็นเซียนหุ้นก็ต้องลงทุนด้วยความไม่ประมาท
    การศึกษาจากผู้มีประสบการณ์ ทำให้เราผิดพลาดน้อยลง แต่ก็ยังมีโอกาสพลาด
    เพราะตลาดหุ้นเป็นเรื่องของอารมย์ของความกล้าและความกลัวของคนส่วนใหญ่
    เราต้องอาศัยความกล้าอย่างมีเหตุผลในการถือหุ้นที่เราสนใจ และรอคอยให้มากพอจนธุรกิจผ่านช่วงที่มีปัญหาไปได้
    ผลตอบแทนที่ได้รับก็เหมือนเราปลูกต้นไม้จากเมล็ด รอจนต้นไม้เติบโต ออกดอก รอจนเป็นผลสุกงอมแล้วค่อยเด็ดมาทาน
    การศึกจากตำราของแต่ละท่านที่เขียนประสบการณ์ในตลาด. ก็เพื่อให้ข้อคิดผู้ที่จะเข้าในตลาดหุ้น
    ขอให้เรียนรู้ ความผิดพลาดของท่านจากการลงทุนในตลาด เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ไม่สูญเงินทุนของท่านเอง
    และท่านจะได้ลงทุนด้วยความมั่นใจ เมื่อท่านถือหุ้นแล้วท่านจะได้ผลกำไรตามมาตามที่ตั้งใจ

  • Twochildren

    การซื้อหุ้น ใครๆก็บอกว่าเป็นการลงทุน แต่จริงๆแล้วมันเป็นการเก็งกำไรบนราคาหุ้น เพียงแต่ว่าเราใช้ความน่าจะเป็นตัวช่วยในการซื้อ จึงไม่เป็นการพนันเท่านั้นเอง รวมทั้งเรามีการตั้งจุดยอมแพ้ (Stop Loss) และลงทุนไม่เกินตัว (ไม่หน้ามืดแทงเหมือนเล่นพนัน) ก็เท่านั้นเอง ที่เหลือก็คือวิธีหาหุ้น จุดเข้าซื้อ และจุดขาย ตามวิธีของแต่ละคน

  • Anonymous

    “น้อง วันนี้หุ้นตัวไหนจะมา”
    “พี่ครับ เราจะรู้ได้ไงว่าตัวไหนจะวิ่งวันนี้ครับ”
    “เห็นมันวิ่งเมื่อกี้ เข้าตอนนี้ยังทันเปล่าน้อง”
    “น้อง พี่เข้าไปแล้ว ถ้ามันดูไม่ดีรีบบอกพี่เลยนะ”
    “มันลงมาแล้ว พี่ซื้อเฉลี่ยเข้าไปดีเปล่าน้อง เผื่อมันขึ้นมาพี่จะขายได้ง่ายๆ”
    “พี่ขายไม่ทันล่ะน้อง ช่วยดูให้หน่อยสิว่ามันจ่ายปันผลช่วงไหนบ้าง”
     
    คำถามที่ผมต้องพยายามตอบให้ลูกค้าผมเกือบทุกวัน และที่สำคัญ คำถามพวกนี้ มักจะเปลี่ยนคนถามไปเรื่อยๆ ท่านไหนมีฐานเงินทุนเยอะ ก็อยู่ถามผมได้นานหน่อย แต่ท่านไหนเงินทุนน้อย ผมก็ตอบคำถามให้เขาได้ไม่นานก็จากไป
    หนังสือเล่มนี้ น่าจะสามารถบอกพวกเขาได้เป็นอย่างดีว่า การเก็งกำไร ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เพียงแค่หุ้นตัวไหนบวกเพิ่มจากราคาปิดเมื่อวานหลายๆเปอร์เซ็นต์ ก็กระโจนเข้าใส่แล้วได้ตัง มันต้องใช้ความพยายาม ความอดทน การสังเกตุ โดยเฉพาะการจดบันทึกพฤติกรรม ราคา และเหตุการณ์ของหุ้นนั่นๆ จนเกิดเป็นข้อค้นพบของตัวผู้บันทึกเอง
    แต่ความพยายามที่ทำลงไปนั่น คงจะสำเร็จได้ช้า หรือน้อยมาก ถ้าไม่มีรากฐานแนวคิดในการปฏิบัติที่ถูกต้อง ซึ่งหนังสือเล่มนี้ น่าจะสามารถบอกกับผู้อ่านถึงเข็มทิศที่ถูกต้องได้เป็นอย่างนี้
    และที่สำคัญ สำหรับผม คำว่าตัดการขาดทุนเมื่อผิดทางเพื่อรักษาพอร์ตลงทุนส่วนมากเอาไว้ หรือ cut loss และเมื่อถูกทางก็ปล่อยให้กำไรวิ่งไปจนถึงที่สุดเพื่อกินกำไรให้เต็มที่ หรือ let profit run เป็นสองคำที่ได้ยินมาเป็นเวลานานและเป็นคำที่นักลงทุนต้องมีไว้ติดตัวอยู่เสมอ อีกทั้งสองคำนี้ ยังต้องมาพร้อมกับคำว่า ความอดทนและอดกลั้น ซึ่งผมคิดว่า หนังสือเล่มนี้จะสามารถบอกผมได้มากขึ้นไปอีกว่า แล้วเมื่อราคาหุ้นลดลงมาแบบไหน ควรใช้ความอดทนในการรอคอยการวิ่งของราคาต่อไป หรือควรจะ cut loss, take profit ดี ทั้งๆที่มันคือการลดลงของราคาเหมือนๆกันนั่นเอง

    • jumb1101

      บทสนทนาที่เอามาแชร์นี่มันฮามากเลยครับ ขอบคุณมาก :D

      • Anonymous

        ขอบคุณมากครับ แบบว่า อ่านแค่บทแรก มันใช่เลย อยากได้หนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเลยครับ เลยมาร่วมชิงรางวัลกับเขาเสียหน่อย ^_^

  • jumb1101

    ผมรอซื้อเลยละกันนะครับพี่มด :D

  • kasidit tungswutdirut

    “มันไม่สำคัญเลยว่า ใครจะวิเคราะห์หุ้นได้แม่นแค่ไหน หรือใครจะเดาถูกว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นหรือหุ้น  เพราะถ้าเค้าเอาชนะหัวใจของเค้าไม่ได้ สุดท้ายแล้วเค้าก็จะแพ้อยู่ดี”

    “หน้าที่เดียวของตลาดหุ้น คือพยายามจะหลอกเรา ให้เราหลงทาง ให้เราคิดว่าเราเก่ง และสุดท้ายเมื่อเราทะนงตน ความพ่ายแพ้ก็จะเริ่มคืบคลานเข้ามา”รอซื้อเลยครับหนังสือเล่มนี้  ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีๆ^^

  • Sean

    จอง  1 เล่มครับ

  • sek

    ขอบคุณมด ที่เสียสละเวลาไปร่วมงานของชมรมโฉลกดอทคอมเมื่อ28-29/1/55นะครับ
    สนุกและได้ความรู้ มุมมองใหม่ๆ และรู้จักตัวตนของมดมากขึ้นอีก
    วันหลังไปร่วมสนุกกันอีกนะครับ ^^

    • http://mangmaoclub.com Mod

      ยินดีครับพี่เสก ขอบคุณมากๆเช่นกันครับ :D

  • Suthon sainttony

    ข้อคิดที่ได้
    จากบทที่ 1 : ความท้าทายจากการเก็งกำไร

          คำถามที่ว่า คุณจะทำเงินจากตลาดหุ้นได้อย่างไร
    มักเกิดขึ้นจาก คนที่ไม่ได้อุทิศตัวเพื่อศึกษาหลักการลงทุนและ
    การเก็งกำไรอย่างมีเหตุมีผล   และ
    เหตุผลที่หนังสือเล่มนี้ ถูกเขียนขึ้นเพื่อ เพราะ ลิเวอร์มอร์
    มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่ง่า มีผู้คนอีกมากมายที่ให้ความสนใจ เกี่ยวกับการลงทุน
    และเก็งกำไร ในตลาดหุ้นซึ่งพวกเขาพร้อมที่จะทำการฝึกฝนและเรียนรู้อย่างหนัก
    เพื่อให้ได้มาซึ่งผลการลงทุนที่น่าพอใจ  ขอเพียงแต่ให้เขาได้รับคำแนะนำในทิศทางที่ถูกต้อง    ซึ่งสามารถสรุปแนวคิดที่ น่าสนใจ ดังนี้

          1.1 
    ลิเวอร์มอร์ กล่าวว่า ดอกผลแห้งความสำเร็จเกิดขึ้นจาก
    ความซื่อสัตย์และจริงใจที่มีต่อตัวเอง ในการที่จะ ทำการจดบันทึกราคาหุ้น  ครุ่นคิดในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
    และสรปุหาเหตุผลของมันด้วยตัวเราเอง

          1.2 ควรมีมุมมองที่เกี่ยวกับการเก็งกำไรในตลาด
    ในฐานะของการทำธุรกิจรูปแบบหนึ่ง และคอยดูแลรักษา มันไว้เป็นอย่างดี โดยไม่คิดว่า
    มันเป็นการพนัน อย่างที่หลายคนเข้าใจ

          1.3 ใครที่เข้าสู่วงการนี้
    ต้องมุ่งมั่นในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจ เกี่ยวกับมันอย่างสุดความสามารถด้วย

          1.4 สุภาษิต บทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ คุณอาจสามารถเอาชนะเดิมพันการแข่งม้าได้ในบางครั้ง
    แต่คุณไม่สามารถที่จะเอาชนะเดิมพันการแข่งม้าได้ในทุกๆครั้ง”  ดังนั้น
    ผู้ที่จะประสบความสำเร็จใน ลงทุนหรือเก็งกำไร จะต้องรู้จักที่จะวินิจฉัยว่าการเคลื่อนไหว
    ครั้งสำคัญๆ ในคราวต่อไป ที่เขาสนใจ จะเป็นเช่นใด
    โดยในการที่เขาจะสามารถคาดคะเนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นั้น เขาย่อมจำเป็นต้องมีรากฐาน
    แนวความคิดที่ชัดเจน ในการ คาดคะแนสิ่ง ต่างๆ เหล่านั้น  เช่น  ต้องรู้จัก วิเคราะห์ถึงผลกระทบสิ่งต่างๆในตลาด
    หรือผลพวงจากข่าวสารบางอย่าง ที่ถูกเผยแพร่ออกมา สู่สาธารณชนว่ามันมีผลเกี่ยวข้องกับตลาดอย่างไร  และต้องรู้จักคาดคะเนถึงผลกระทบของสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับจิตใจ
    ของคนหมู่มากอีกด้วย

         1.5 จงอย่าเชื่อมั่นในความเห็นของตัวเองและเดิมพันจนหมดหน้าตักไปตั้งแต่แรก
    จนกว่า ที่การเคลื่อนไหวของตลดจะได้ยืนยันความเห็นของตัวเราเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ง
    นั่นเพราะ ตลาดไม่เคยจะผิด แต่สิ่งที่ผิดมักเป็นความเห็นของตัวเราเอง  หลังจากที่ได้วิเคราะห์
    สมมติฐานเกี่ยวกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง อย่างชัดเจนเรียบร้อยแลว้ จงอย่าวิตก
    ที่จะเข้าไปเก็งกำไรกับหุ้นตัวนั้น และเฝ้ารอคอย สังเกตถึงพฤติกรรมการเคลื่อนไหว
    หรือทิศทาง การเคลื่อนไหวของมัน และ ทำสิ่งต่างๆ ตามหลักการพื้นฐานของเรา

       1.6 
    การเก็งกำไร มีความคล้ายคลึง กับการเล่นไพ่ ไม่ว่าจะเป็น โปกเกอร์
    บริดจ์  ตรงที่แต่ละคนจะถูกครอบงำ
    ไปด้วยจุดอ่อนทั่วๆ ไปของมนุษย์ คือ ความต้องการที่จะทำกำไรจากเงินในกองกลางทุกๆรอบ
    นักเก็งกำไรต้อง รู้จักปกป้องตัวเองจากการขาดทุนก้อนใหญ่ ด้วยการยอมขาดทุนเพียงเล็กน้อยแต่เนิ่นๆ
     เพื่อสามารถรักษาเงินทุนที่มีอยู่
    เพื่อโอกาสทำกำไรในภายหน้า

     1.7 จงจำไว้ว่า ตราบใดที่ราคาหุ้นในตลาดโดยรวมยังดูดีอยู่นั่น
    จงอย่ารีบชิงขายทำกำไร จงปล่อยให้ผลกำไรวิ่งต่อไป ตราบใดท่พฤติกรรมของตลาดยังไม่ได้ทำให้เราต้องวิตกกังวลอะไร
    ในทางกลับกัน การขาดทุนเพียง 1-2 เหรียญ ตั้งแต่แรกอาจกลายเป็น 5-10 เหรียญในวันถัดไป
    จึงเป็นเวลาที่ควรเริ่มวิตกกังล เพราะ หากไม่ยอมถอยออกมา คุณอาจจะถูกบีบให้ต้องยอมตัดขาดทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ในเวลาต่อมา 

     1.8
    ความสามารถจะอยู่รอดต่อไปในธุรกิจของการเก็งกำไร ก็คือ การที่เขาจะต้องรู้จักปกป้องเงินทุน
    โดยไม่เปิดโอกาสให้ตัวแองต้องตัดขาดทุนมากเกินไป และก่อให้เกิคความเสียหาย
    ต่อการเก็งกำไรใน ภายภาคหน้า เมื่อการตัดสินใจของเข้านั้น ถูกต้องขึ้นมา  และ นักเก็งกำไรที่ดีจะต้องมีเหตุผลที่ดี
    เพียงพอก่อนที่จะตัดสินใจกระทำการใดๆลงไปในอนาคต 
    บุคคลที่มีสัญชาติญาณความเป็นนักเก็งกำไร และรู้จักกับการรอคอย
    จะสามารถคิดค้นวิธีการบางอย่างเพื่อนำมาใช้
    เป็นแนวทางของเขาทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่าง
    ถูกต้องว่าเมื่อไหร่ที่เควรจะดำเนินการบางอย่างลงไปในตลาด    ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ที่จะทำให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ
    ถึง 100 %  แต่เมื่อใช้วิธีการของเราเอง เราย่อมรู้ว่าสิ่งใดที่ควรต้องเกิดขึ้น

     1.9 จงรู้ว่าไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่า
    ราคาหุ้นมันจะไปสิ้นสุดที่ราคาเท่าใด ไม่มีใครสามารถพยากรณ์ถึงจุดสูงสุดของตลาดหุ้น
    ในขณะที่แนโน้มยังเป็นขาขึ้น ควรจำไว้ว่า  จงอย่าได้ขายหุ้นเพียงเพราะราคาของมันดูเหมือนว่าจะสูงเกินไป
    แต่ คณควรจะคิดในมุมกลับว่า มีปัจจัยอะไรบ้างหรือไม่ที่จะหยุดยั้งการวิ่งขึ้นไปของราคา  ในทางกลับกัน อย่าได้ซื้อหุ้นเพียงเพราะ
    ราคาของมันได้ตกลงมาอย่างมากจากจุดสูงสุดในรอบที่แล้ว
    เนืองจากมีความเป็นไปได้อย่างมากว่า ราคาที่ร่วงลงมาอย่งรุนแรงย่อม
    ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสม

     1.10
    เป็นเรื่องโง่เขลลาที่คุณจะทำการซื้อหรือขายหุ้นในทิศทางเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง
    หากว่า การซื้อขายในครั้งแรกยังคงจมอยู่กับการขาดทุน   จงอย่าได้คิดเฉลี่ยการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นเป็นอันขาด
    และ ผมขอให้คุณจดจำสิ่งนี้ไว้อย่าไปลืมเลือน

    +++++++++++++++

     มาช้าไป1 วัน หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อ เพื่อนๆ ชาวแมงเม่านะครับ

    sainttony

     email : suthonss@hotmail.com
       

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @8385df0f44edc0195e2cfcd2087c1bf6:disqus น่าเสียดาย ช้าไปวันเดียวครับพี่ ไว้รอเล่มใหม่นะครับ (ถ้ามีโอกาศทำอีก 55) ขอบคุณครับ :D

  • Firm

    ปรัชญา :
    เราคือพ่อค้า หาซื้อสินค้าที่โดนใจลูกค้า ไปขายต่อ  [ตัวพฤติกรรมของสินค้าจะเป็นตัวบอกเราว่ามันโดนใจ] ไม่ใช่นักพนัน ที่ซื้อสินค้าที่คิดเอาเองว่ามันดี ไปขายต่อ 
    [ตัวเราบอกตัวเองว่ามันดี]

  • Firm

    คุณมด ผมจอง1เล่มครับ ยังไงต้องทำขายให้ผมด้วยนะครับ 

  • Kaweekit

    สั่งได้หนังสือแล้วครับขอบคุณมากนะครับ คุณมด จะรอติดตามผลงานหนังสื่อและเว็บตลอดไปครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @79c03c676bba7575c110d778370fd76e:disqus  ขอบคุณมากครับ :D

  • supra

    อ่านหนังสือ จบแล้ว เป็นกำลังใจให้แปลผลงานดีๆๆอีกน่ะครับ  

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @supra:twitter  ขอบคุณครับ :D

  • supra

        ขอรบกวนถามพี่มดครับ  

    - เรื่องระบบการ rotation roc/stdev  สงสัยค่า roc ที่ได้ออกมา เช่น หากได้ 120% หมายความว่า มันแข๊งกว่าหุ้นอื่นน ที่เหลืออีก 120% ในตลาดใช่มั๊ยครับเป็น ค่า roc แบบที่ 2 เพราะเทียบกับสินค้าอ้างอิิงมากกว่า2 ตัว โดยวัดการเปลี่ยนแปลงเทียบกับทั่งตลาด ย้อนหลังไป20ว ัน

    - ช่วงเวลาที่ทดสอบเกินกว่าเท่าไรในตลาดไทย ถือว่าไม่ค่อยเวิร์คสำหรับการใช้ระบบ rotation ครับ

                                                                   thank u krub _/_

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @46b7045a163e5ae194183eada6ca2886:disqus ไม่แน่ใจว่า 120% นี่คือตรงไหนนะครับ แต่
      - ถ้าเราหาแบบโดดๆ % ที่ได้คืออัตราการเปลี่ยนแปลงภายในช่วงเวลาหนึ่ง
      - ถ้าจัดเรียงแบบ percentile ค่าที่ได้คือมันจะบอกเราว่าหุ้นตัวนั้นแข็งกว่าอีก x% ในตลาดครับ เช่น 90 แปลว่าหุ้นตัวนี้แข็งแกร่งกว่าหุ้นอีก 90% ในตลาด

      - สำหรับช่วงเวลาที่ใช้ทดสอบ คือ Test Window ยิ่งนานยิ่งดีครับ เพราะจะครอบคลุมตลาดหุ้นในหลายๆสภาะวะ แต่ถ้าเป็น Parameter หรือระยะเวลาที่ใช้ในการคำนวณนั้น สำหรับ Relative Strength ในตลาดไทยหรือตลาดเอเชียนั้น ค่าที่นำมาใช้แล้วให้ผลตอบแทนที่ดีจะเป็นระยะเวลาสั้นๆเช่น 20 วันอย่างที่แสดงไว้ในหนังสือครับ (ซึ่งจะแตกต่างจากผลการทดสอบในตลาดยุโรปและอเมริกา)

      • Supra

        – จากสูตรคัดกรอง ของพี่มด roc 20 130 260 ค่าเป็นแบบ percentile ช่ายมั๊ยครับ

        ขอบคุณครับ

        • http://mangmaoclub.com Mod

          @46b7045a163e5ae194183eada6ca2886:disqus roc 20, 130 , 260 ต่างๆนั้น ตัวเลขคือค่าของ parameter ที่นำมาคำนวนครับ
          ส่วนเวลานำไปใช้ทำ rotational trading ผมก็จะเลือกตัวที่มีค่า roc มากที่สุดใน x ลำดับแรกออกมาครับ

  • supra

       อ้อ อีกนิดครับ อยากทราบแนวคิดทำไม  จึงนำ ค่า stdev  มาใช้เทียบกับ roc ด้วยครับ ระยะเวลาที่ยาวนานเกิน มีผลกับค่า stdev ในการคำนวนมั๊ยครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @supra:twitter การนำ Stdev มาใช้ ก็เพื่อที่จะหาหุ้นที่ทั้งแข็งแกร่งและมีการเคลื่อนไหวที่ smooth ครับ เนื่องจากภาวะที่เหมาะสมของกลยุทธ์แบบ momentum หรือ trend following นั้นคือภาวะแบบ trending and smooth ครับ

      • Supra

        thank u kub k. mod

  • Anonymous Proxy

    ขอขอบคุณ Manmaoclub และ คุณMod
    สำหรับ การคัดเลือกให้ได้รับหนังสือ
    แล้วก็จะขอสั่งเพิ่ม เพื่อส่งเข้าห้องสมุดของ สถาบันการศึกษา
    ที่เรียนจบมา เพื่อให้เป็นวิทยาทาน สำหรับรุ่นต่อๆไปครับ : )

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @b3efb95a9ea83e93c462e05d618a7702:disqus อย่าลืมยืนยันและส่งที่อยู่มาใน mangmaobooks@gmail.com ด้วยนะครับ :D

  • berno

    อ่านจบแล้วครับ เยี่ยม..

    มีแผนจะแปลเล่มนี้ต่อไหมครับ
    “Reminiscences of a Stock Operator”
    ไปถ่ายรูปที่ร้าน B2S มา
    น่าซื้อแต่กลัวอ่านไม่รู้เรื่อง
    รอคุณมดมาแปลให้อ่านน่าจะเข้าใจกว่า

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @e63f453be59363b8338e4ef3a8e11927:disqus เล็งอยู่ครับว่าอยากจะแปลเล่มนี้ แต่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนมุมมาเขียนอีกด้านที่น่าสนใจของการเล่นหุ้นอยู่ครับ

      ยังไงคิดว่าอาจจะช่วงกลางๆ – ท้ายๆปีผมจะแปลเล่มนี้ต่อครับ :D

  • Kimkodec

     หนังสือถอดระหัสเซียนหุ้นเล่มนี้ยังเหลือมั๊ยครับ ถ้าผมจะสั่งซื้อจะได้มั๊ยครับ กรุณาแจ้งมาที่
    kimkodec@gmail.com อยากได้มากครับ ขอบคุณครับ